
ถึง บรรหาร อภิสิทธิ์ เนวิน (1)
"ราคาที่บิดพลิ้ว"
บังเอิญได้อยู่ตรงขอบนอกๆ ของวงการ จึงพอรู้เรื่องพลังงานบ้าง แม้ไม่มากเท่ากูรูทั้งหลาย แต่ก็นับว่ามากกว่าชาวบ้านทั่วๆ ไปอยู่นิดหน่อย เรื่องที่คิดว่ารู้ ก็คือ รัฐบาลทุกชุดตระหนักดีว่า พลังงาน ซึ่งในที่นี้จะไม่พูดถึงไฟฟ้า เอาแต่เรื่องของ น้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล น้ำมันเตาฯ และ ก๊าซ เช่น ก๊าซเชื้อเพลิงธรรมชาติ ก๊าซหุงต้ม (LPG) ก๊าซรถยนต์ (NGV หรือ CNG ก็ตัวเดียวกัน) ฯลฯ
พลังงานเหล่านี้ ปัจจุบันมีโครงสร้างราคาที่บิดพลิ้ว ซึ่งไม่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไปในแนวทางที่สมควรจะเป็น แต่เอื้อประโยชน์ต่อสถานภาพของรัฐบาล เพราะทำให้ประชาชนเจ้าของเสียงเลือกตั้งพอใจ นี่ขนาดเข้าไปอุ้มสมราคา โดยแบกรับต้นทุนที่แท้จริงไว้จนหลังแอ่นแล้ว เหล่าประชาชนผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินท่านยังฮึ่มๆ พร้อมจะประท้วงกันอยู่ทุกเมื่อ
พลังงานเหล่านี้ แม้จะผลิตได้ในประเทศ ก็ไม่พอเพียงต่อการใช้ของท่านทั้งหลาย ยังต้องนำเข้าอีกทั้งนั้น น้ำมันสำเร็จรูปกลั่นได้ในประเทศจนเหลือส่งออกก็จริง แต่น้ำมันดิบที่นำมาเปลี่ยนสภาพ ต้องนำเข้าด้วยราคาตามที่ได้ยินจากรายการข่าวต่างๆ นั่นแหละ แล้วบวกด้วยค่าขนส่ง น้ำมันดิบในประเทศเองมีจิ๊บจ๊อย ส่วนก๊าซธรรมชาติมีมากแต่ยังไม่พอ ต้องนำเข้าเพิ่มเติม
ทำไมตั้งราคาขายอิงสิงคโปร์ เอาเป็นว่า ทั้งกระทรวงพลังงาน ทั้ง ปตท. พยายามกันสุดๆ ที่จะชี้แจง ท่านก็ไม่ยอมเข้าใจ คนที่รู้ดี รู้จริง พูดแล้วไม่เชื่อ สู้เชื่อคนแกล้งไม่รู้ที่อยู่ในสภาไม่ได้ พูดถึงตรงนี้ ชักสงสัยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาว่า ราคาเกิดที่เส้นซัพพลาย ตัดกับดีมานด์นั้น ยังสอนกันอยู่ในโรงเรียนหรือเปล่า หรือเปลี่ยนเป็นว่า ราคาต้องมาจากต้นทุน บวกกำไร อย่างหลังนี้ห้ามขายขาดทุนนะ เดี๋ยวผิดทฤษฎี งั้น ราคาทอง ที่เยาวราช คิดจากต้นทุนการสำรวจหาแหล่งจนพบ ต้นทุนค่าก่อสร้างเหมือง ค่าจ้างคนมาร่อน ค่าหลอม ส่งไปขาย บวกกำไรอีกนิด
พลังงานจำเป็นต่อปากท้อง จะไปเอาอย่างทองไม่ได้ เรื่องปากท้องสำคัญกว่า
แล้ว มะนาว ล่ะ ทำไมบางที่ลูกละ 8 บาท บางที 100 ลูก 8 บาท ต้นทุนการปลูกมะนาวคิดยังไง ราคาถึงแตกต่างนัก งั้น ข้าว ชาวนาตั้งราคาขายจากต้นทุนหรือเปล่า ทำไมเขาอิงราคาท่านกำนันทรงล่ะ ดีนะว่าท่านกำนันอยู่แค่นครสวรรค์ ขืนอยู่สิงคโปร์ เป็นเจอข้อหาเดียวกับน้ำมันแน่เลย
สมชาย



