ไลฟ์สไตล์

รอบรั้วเกษตร (พฤหัสบดีที่ 4 ก.พ.53)

รอบรั้วเกษตร (พฤหัสบดีที่ 4 ก.พ.53)

04 ก.พ. 2553

กปร.ปลื้มส่งประกวดผลงานคึกคัก
 กรุงเทพฯ-นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในฐานะประธานอนุกรรมการการประชาสัมพันธ์ การประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 2 เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน กปร.ได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย กองทัพไทย และสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 2 ขึ้น โดยพิจารณาคัดเลือกการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งภาคประชาชน ภาคการเกษตร ภาครัฐ และภาคธุรกิจ ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจส่งเข้าประกวด ถึงจำนวน 1,566 ผลงาน เพิ่มจากการประกวดครั้งที่ 1 กว่า 300 ผลงาน ซึ่งขณะนี้ผลงานที่ส่งมาทั้งหมดอยู่ระหว่างคณะกรรมการตัดสินการประกวดได้เดินทางไปตรวจสอบทุกผลงานในพื้นที่จริงเพื่อคัดเลือก โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกนั้นจะได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาค จากนั้นก็จะคัดเลือกในระดับประเทศ ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้  

สหกรณ์ฟุ้งกระเช้าปีใหม่ขายทะลุเป้า
 กรุงเทพฯ-นายจิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2553 ขึ้น ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552-15 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าสามารถทำยอดจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้เป็นจำนวนมากเกินความคาดหมาย โดยปัจจุบันได้มีกลุ่มที่ผลิตสินค้าและอยู่ในการกำกับดูแลของสหกรณ์ประมาณ 6,300 กลุ่ม แต่ที่ผ่านมาปัญหาที่กลุ่มยังประสบอยู่ คือ การขาดช่องทางการจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นในปัจจุบัน กลุ่มอาชีพผู้ผลิตสินค้าหลายแห่งประสบปัญหาในการจำหน่ายสินค้า ไม่สามารถระบายสินค้าที่สมาชิกร่วมกันผลิตได้ออกสู่ตลาด ไม่มียอดการสั่งซื้อ สมาชิกขาดรายได้เสริมที่จะใช้จ่ายในครอบครัวและกลุ่มอาชีพขาดเงินทุนหมุนเวียนที่จะใช้ในการผลิตสินค้า

ดึงเยาวชนเรียนรู้การทำนาโบราณ 
 สุราษฎร์ธานี-นายวัฒนา นวลวัฒน์ ครูสอนภูมิปัญญาท้องถิ่นใน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับนายสมชาย นิลอนันต์ เกษตรกรคนเก่งอีกคน ดึงชาวบ้านช่วยกันพลิกผืนนาร้างหันกลับมาทำนาอีกครั้ง โดยใช้ที่ดินของเอกชนที่สละพื้นที่ให้เกษตรกรเหล่านี้ได้ทำนา พร้อมสนับสนุนให้นักเรียนในโรงเรียนใกล้เคียงสอนเสริมวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยบรรจุการทำนาและใช้บุคคลเหล่านี้เป็นครูสอน เพื่อให้เยาวชนได้เห็นการทำนาในสมัยโบราณและความเหนื่อยยากของการทำนา ให้รู้คุณค่าของข้าวกว่าจะได้มาแต่ละเม็ด ซึ่งเด็กนักเรียนเหล่านี้มีความชื่นชอบเป็นอย่างมากที่ได้สัมผัสกับการทำนาที่เป็นธรรมชาตินอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียน