
วิจัยคนไทยแพ้ถั่ว-แพทย์จุฬาฯบริการตรวจฟรี
จุฬาฯ วิจัยคนไทยแพ้ถั่ว ชี้ผลเบื้องต้นพบบางรายอาการแพ้เหมือนชาวต่างชาติ หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต แนะมีอาการรีบพบหมอทันที เปิดบริการตรวจฟรี
รศ.พญ.พรรณทิพา ฉัตรชาตรี หัวหน้าหน่วยโรคภูมิแพ้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตนและคณะได้ทำวิจัยเรื่อง "การแพ้ถั่วในคนไทย" โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุ 6 เดือน-60 ปีในช่วงเดือนมกราคม 2552-มิถุนายน 2553 เบื้องต้นได้ตรวจคนไข้ไปแล้ว 30 รายพบว่าคนไทยมีอาการแพ้ถั่วทั้งที่รับประทานถั่วลิสงหรืออาหารที่มีส่วนผสมของถั่วลิสงและถั่วเปลือกแข็งเช่น ช็อกโกแลต ขนมต่างๆ เช่นเดียวกับชาวต่างประเทศ โดยผู้แพ้ถั่วลิสงอาจมีลมพิษ ปากบวม ตาบวม หายใจหอบ แน่นหน้าอก ความดันต่ำ ช็อกและหมดสติ และอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้
"อาการแพ้ถั่วนั้นผู้ที่มีอาการจะไม่รู้ตัวเลยนอกจากรับประทานถั่วหรืออาหารที่มีถั่วเป็นส่วนผสมเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ แต่ในประเทศไทยยังไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอาการแพ้ถั่ว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ หากมีอาการสงสัยว่าแพ้ถั่วควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้ารับการตรวจอาการแพ้ถั่วติดต่อได้ที่ หน่วยโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โทร.0-2256-4933" รศ.พญ.พรรณทิพา กล่าว
พญ.นริศรา สุรทานต์นนท์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ผู้ที่มีอาการแพ้ถั่วลิสงอาจสามารถรับประทานถั่วบางชนิด เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วดำ ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เช่น อัลมอนต์ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เนื่องจากมีโอกาสที่จะแพ้ร่วมกันค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินจากแพทย์ในเบื้องต้นก่อนว่าจะสามารถรับประทานถั่วชนิดใดได้บ้าง เนื่องจากแต่ละคนอาจแพ้ถั่วต่างชนิดกัน
"การรักษาในปัจจุบัน ยังไม่มีการรักษามาตรฐานที่ทำให้คนไข้หายแพ้ได้ แต่การรับการตรวจวินิจฉัยเพื่อให้ทราบว่ามีอาการแพ้จริงหรือไม่ ได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวในภาวะฉุกเฉินที่บังเอิญรับประทานเข้าไป และการพกยาฉีดอะดรีนาลินแก้แพ้ในกรณีที่คนไข้แพ้รุนแรง จึงเป็นการรักษาเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ในปัจจุบัน" พญ.นริศรา กล่าว



