
อุดมศึกษาสัมพันธ์เพื่อนบ้านพัฒนาไปสู่เอดดูเคชั่นฮับ
ปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศไทยและเพื่อนบ้านไม่ใช่อุปสรรคการศึกษา เห็นได้จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษา ส่งนักศึกษาไปศึกษาหาความรู้ที่ประเทศเพื่อนบ้าน รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี มบส. เล่าว่า
มบส.วางนโยบายเปิดรับนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนเข้าเรียนตั้งแต่ปี 2549 ผ่านการลงนามแลกเปลี่ยนนักศึกษา มบส.กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ และปี 2550 ให้นักศึกษาทุกคนเรียนวิชาภาษาเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีความรู้และความสามารถพิเศษทางภาษา สามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนได้
มบส.ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยในแต่ละประเทศโดยตรง และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งดูได้จากการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้นำประเทศนั้นๆ เช่น ปี 2549 มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษา แด่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ปี 2550 มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการเทคโนโลยี แด่นายบัวสอน บุบผาวัน นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) และปี 2551 มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น แด่ ฯพณฯ เหงียน เติน ซุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม
สำหรับการจัดหลักสูตร กิจกรรมการเรียนการสอน จัดอบรมภาษาและวัฒนธรรมเพื่อนบ้านแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยเชิญอาจารย์จากประเทศจีน เวียดนาม กัมพูชา และลาว มาอบรมให้ความรู้ พอเข้าภาคเรียนที่ 2 ตามโครงการความร่วมมือระหว่าง มบส.กับมหาวิทยาลัยประเทศเพื่อนบ้าน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เลือกเรียนวิชาศึกษาทั่วไปที่มหาวิทยาลัย 1 เดือน จากนั้นเดินทางไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยประเทศเพื่อนบ้านอีก 1 เดือน โดยมีอาจารย์ของ มบส.เดินทางไปสรุปบทเรียนให้นักศึกษา
ขณะที่การแลกเปลี่ยนนักศึกษามาเรียนต่อปริญญาโท เช่น เวียดนาม ลาว ส่งคนมาเรียนปริญญาโท ทาง มบส.ผ่อนผันค่าเล่าเรียนให้ แลกเปลี่ยนกับการเป็นครูช่วยสอนภาษา ส่วนรัฐบาลจีน เข้ามาตั้งสถาบันขงจื๊อและจ้างครูชาวจีนมาประจำ 5 คน ขณะเดียวกันก็ส่งนักเรียนมาเรียนในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย
“การดำเนินโครงการมา 3 ปี หลังจากนักศึกษากลับมาจากการเรียนรู้ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา เวียดนาม ลาว จีน ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้แก่บัณฑิต เพราะนอกจากนักศึกษาได้ประสบการณ์ เรียนรู้การใช้ภาษาเพื่อนบ้านในการติดต่อสื่อสารกับเจ้าของภาษา ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้นักศึกษาในการมองหาแหล่งงานทำในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากนักลงทุนจากต่างประเทศต้องการจ้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีทักษะทางภาษาเข้าไปทำงานด้านการบริหารจัดการธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน" รศ.ดร.สุพล กล่าว
การส่งนักศึกษาไปเรียนรู้รอบๆ ประเทศของเรานั้น เป็นการสร้างจุดเด่นให้มหาวิทยาลัยในยุคที่มีสถาบันอุดมศึกษาผุดขึ้นมากมาย เพราะเมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน ไม่ว่าจบจากสถาบันใด เงินเดือนเริ่มต้นเท่ากันหมด แต่สำหรับนักศึกษา มบส. พวกเขาจะได้เปรียบนักศึกษามหาวิทยาลัย นั่นคือเรื่องของภาษาและความเข้าใจประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นสิ่งที่สถาบันการศึกษาแห่งนี้กำลังทำ จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่บัณฑิต
นอกจากประโยชน์ที่ได้รับแก่ตัวนักศึกษา และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังนำไปสู่ผลในการเพิ่มคุณค่าแก่บุคลากร คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย เพราะความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา การอบรมต่างๆ อาจารย์ไทยต้องเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงาน เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จได้นั้นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกๆ ในมหาวิทยาลัย
ประเทศไทยจะก้าวเป็นศูนย์กลางการศึกษาภูมิภาคอาเซียน มหาวิทยาลัยต้องผลักดันให้นักศึกษาเข้าใจสังคมรอบข้างให้มาก และอย่ามองข้ามประเทศเพื่อนบ้าน สนใจเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้าน สอบถามโทร.0-2473-7000 หรือ www.bsru.ac.th
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



