ไลฟ์สไตล์

นม"นำศรีชล-ว.เกษตรฯ ขอนแก่น-อสค."ไม่ผ่านเกณฑ์ปรับ1หมื่น

นม"นำศรีชล-ว.เกษตรฯ ขอนแก่น-อสค."ไม่ผ่านเกณฑ์ปรับ1หมื่น

10 มี.ค. 2552

สธ.เผยผลตรวจโรงงานผลิตนมไม่ผ่านเกณฑ์ 3 แห่ง นำศรีชล- วิทยาลัยเกษตรฯ ขอนแก่น-อสค. สั่งปรับ 10,000 บาทพร้อมปิดโรงงานปรับปรุง ส่วนผลตรวจคุณภาพนม ออกแล้ว 43 ตัวอย่าง ผ่านเกณฑ์ 35 ตัวอย่าง ไม่ผ่าน 8 ตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่า จากปัญหาเรื่องนมโรงเรียน สธ. ได้ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ตรวจประเมินสถานที่ผลิตนมพร้อมดื่มในโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี พบว่า ผลการตรวจสถานที่ผลิตนมโรงเรียนจำนวน 62 แห่งจากทั้งสิ้น 70 แห่ง ผ่านตามเกณฑ์จำนวน 59 แห่ง และไม่ผ่านเกณฑ์ 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม จ.ชุมพร 2.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น จ.ขอนแก่น และ3.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อสค.) จ.สระบุรี ในเบื้องต้น อย. ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ รวมถึงให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไข และจะตรวจประเมินซ้ำต่อไป
 รมว.สธ. กล่าวอีกว่า ในส่วนของผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานตัวอย่างนมโรงเรียนที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 43 ตัวอย่าง จากที่เก็บตัวอย่างทั้งสิ้น 68 ตัวอย่าง พบว่า ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมาตรฐานผ่านตามเกณฑ์จำนวน 35 ตัวอย่าง ไม่ผ่านตามเกณฑ์จำนวน 8 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน อย. ได้เปรียบเทียบปรับ แต่หากพบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค จะดำเนินการสั่งให้หยุดการผลิตทันที เพื่อตรวจสอบกรรมวิธีการผลิต และให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไขแล้วจึงดำเนินการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบซ้ำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นมมีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เด็กนักเรียนจะต้องได้ดื่มนมที่มีคุณภาพมาตรฐานโดยทั่วถึง
 นายวิทยา กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้ อย. ตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียนเป็นระยะทั้งก่อนการผลิต และหลังการผลิต หากพบว่าไม่ได้มาตรฐานจีเอ็มพีให้อย. สั่งยุติการผลิตทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กนักเรียนดื่มนมที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังได้รายงานให้ครม.รับทราบด้วยว่าอย.ตรวจได้เพียงคุณภาพนมแต่ไม่สามารถตรวจได้ว่านมเป็นนมผงผสมน้ำหรือนมโคแท้ จึงได้เสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำการตรวจสอบปริมาณนมโคที่จะนำไปผลิตเป็นนมโรงเรียน
 “สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง คือ การนำเข้านมผงที่อาจมีการสำแดงเท็จเป็นอาหารสัตว์ซึ่งไม่ต้องเสียภาษี ทั้งที่แท้จริงนำเข้ามาเพื่อเป็นอาหารคน และอาจมีการลักลอบนำมาผสมน้ำผลิตเป็นนมโรงเรียน จนทำให้เป็นนมไม่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเป็นผู้ตรวจสอบ โดยก่อนหน้านี้อย.ได้เสนอให้ย้อมสีนมผงที่นำเข้าเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และรมว.เกษตรฯรับที่จะหารือกับกรมปศุสัตว์”นายวิทยากล่าว
 นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า โรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม จ.ชุมพร ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากถังรองพักบรรจุนมเปิดได้ง่าย ทำให้เชื้อปนเปื้อนง่าย และตรวจพบเชื้ออีโคไลภายในโรงงาน ส่วนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น ไม่มีใบรับรองตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และเครื่องพาสเจอรไรส์ไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่อสค.โครงสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีน้ำขัง ไม่สะอาด ซึ่งอย. ได้สั่งปรับโรงงานละ 10,000 บาท และให้ปิดปรังปรุงโรงงาน และอย. จะตรวจมาตรฐานซ้ำอีกครั้ง
 เลขาธิการอย. กล่าวด้วยว่า นมที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์คุณภาพจำนวน 8 ตัวอย่างนั้น 2 ตัวอย่าง คือ นมที่ผลิตจากโรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม ซึ่งมีไขมันน้อยกว่ามาตรฐาน และนมที่ผลิตจากโรงงานแปรรูปนมสดมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลย์สงคราม จ.พิษณุโลก มีปริมาณเนื้อนมน้อยกว่ามาตรฐาน ซึ่งทั้ง 2 แห่งจะถูกเปรียบเทียบปรับ 10,000 บาท โดยโรงงานนำศรีชลฯ เจ้าของโรงงานได้แจ้งว่าจะปิดโรงงานถาวร และจะย้ายไปก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ทันสมัยกว่าเดิม
 นพ.พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีก 6 ตัวอย่าง ผลตรวจเบื้องต้นพบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์เกินกว่ามาตรฐานคือมากกว่า 10,000 ซีเอฟยู/ซีซี แต่เป็นจุลินทรีย์ไม่อันตราย จึงต้องตรวจซ้ำว่าการปนเปื้อนจุลินทรีย์เกิดในระหว่างการผลิต หรือเกิดจากการเก็บและขนส่งไม่ได้มาตรฐาน โดยจะทราบผล ภายใน 5-7 วันนี้ หากพบว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค และปนเปื้อนระหว่างการผลิต อย.จะสั่งให้หยุดการผลิตทันที เพื่อตรวจสอบมาตรฐานโรงงานซ้ำอีกครั้ง
 อนึ่ง เกณฑ์มาตรฐานจีเอ็มพีที่ใช้ในการตรวจสอบสถานที่ผลิตนมโรงเรียน จะพิจารณาใน 8 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.สถานที่ตั้งและอาคารผลิต 2.เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต 3.กระบวนการผลิตและการควบคุม 4.การทําความสะอาดและการฆ่าเชื้อเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ 5.การซ่อมบำรุง 6.ระบบน้ำภายในโรงงาน 7.การสุขาภิบาล และ8.สุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงานและบุคลากร