
สวทช.เปิดบ้านวิชาการโชว์'น้ำปลาผง'
นวัตกรรมน้ำปลาผงและโลชั่นสมุนไพรกันยุงสูตรปลอดภัย ผลงานนักวิจัยศูนย์นาโนเทค หวังเติมเขี้ยวเล็บผู้ประกอบการไทยบนเวทีการค้าโลก ร่วมอวดโฉมในงาน NAC2009 พร้อมด้วยเจลล้างหน้านาโน ฟิล์มลดตะไคร่น้ำและรถพลังงานไฟฟ้า
ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย นักวิจัยอาวุโสศูนย์นาโนเทคโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์น้ำปลาผงจะช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าได้มากขึ้น 70% เนื่องจากพื้นที่ในการบรรจุน้อยลง ขณะที่รสชาติ กลิ่น สีและคุณค่าโภชนาการ "ไม่" ต่างจากน้ำปลาทั่วไป เพราะใช้เทคโนโลยีอบแห้งแบบสเปรย์ดราย แบบที่ผลิตครีมเทียม กะทิผงและกาแฟสำเร็จรูป
ส่วนวิธีใช้งานน้ำปลาผงก็เพียงละลายน้ำต้มสุกในอัตราส่วนผงแห้ง 3 ส่วนต่อน้ำ 7 ส่วน ก็สามารถปรุงอาหารได้ตามปกติเหมือนน้ำปลาในขวด นวัตกรรมน้ำปลาผงเป็นงานวิจัยร่วมระหว่างศูนย์นาโนเทคกับบริษัท โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด ใช้เวลาพัฒนา 8 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาประสิทธิภาพการคงตัวและการเพิ่มกำลังผลิต
นวัตกรรมน้ำปลาผงจะช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกน้ำปลาได้ปริมาณเพิ่มขึ้น 70% เนื่องจากพื้นที่การบรรจุและขนส่งลดลงกว่าการขนส่งแบบน้ำ จึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จากเดิมที่ตลาดน้ำปลามีมูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี และส่งออกต่างประเทศ 800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 80% ของตลาดโลก
ส่วนผลิตภัณฑ์โลชั่นกันยุงที่พัฒนาขึ้น หลังส่งทดสอบประสิทธิภาพโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบป้องกันยุงนานถึง 4.7 ชั่วโมง และปลอดภัยต่อผู้ใช้ทุกเพศวัยรวมทั้งหญิงมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งไม่สามารถใช้โลชั่นกันยุงที่มีขายตามท้องตลาด เพราะผลิตจากสารสกัดสมุนไพร 3 ชนิด คือ ตะไคร้หอม ใบแมงลักและหญ้าแฝก
ศูนย์นาโนเทคอยู่ระหว่างการเจรจาอนุญาต ให้สิทธิทางการค้าโลชั่นกันยุงสูตรสมุนไพรแก่ผู้ประกอบการ 2 ราย แต่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เพียงรายเดียวเท่านั้น เพื่อความสะดวกในการทำตลาดและการต่อยอดวิจัยในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การปรับกลิ่น สีตลอดจนประสิทธิภาพการออกฤทธิ์
ด้านดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า น้ำปลาผงและโลชั่นทากันยุงสูตรสมุนไพร เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลกให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะน้ำปลาผงช่วยให้ผู้ประกอบการเปิดตลาดใหม่ในการส่งออกได้ง่ายขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น เช่นเดียวกับโลชั่นทากันยุง มีมูลค่าการตลาดปีละ 200 ล้านบาท หากงานวิจัยได้รับการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ น่าจะทำตลาดได้ไม่ยาก เนื่องจากจุดเด่นที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ มีความปลอดภัยต่อร่างกายผู้ใช้
พบกับนวัตกรรมทั้งสอง รวมถึงผลงานวิจัยจากหน่วยงานในสังกัด สวทช. เช่น เจลล้างหน้านาโน ฟิล์มเคลือบอิฐ/วัสดุก่อสร้างลดตะไคร่น้ำ ไหมขัดฟันที่เป็นมากกว่าไหม รถพลังงานไฟฟ้าและนิทรรศการชาลส์ ดาร์วิน รำลึก 200 ปีนักธรรมชาติวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ของโลก รวมทั้งเวทีวิชาการและการเจรจาธุรกิจ ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2552 (NAC 2009) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.นี้



