
ว.วชิรเมธีแนะธรรมะสร้างความสุขในครอบครัว
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) กล่าว่า ธรรมะเป็นเครื่องเชื่อมความสัมพันธ์และเป็นสะพานไปสู่การสร้างความสุขภายในครอบครัว โดยพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตอันเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมก่อน แล้วจึงถ่ายทอดสู่ลูก
ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ฝ่ายพ่อต้องไม่สร้างความวุ่นวายใจให้ต้องหงุดหงิดและอารมณ์เสีย ขณะที่แม่ต้องคิดดี ทำดี มองโลกในแง่ดี ไม่สรรหาเรื่องร้ายๆ หรือความหม่นหมองที่มีต่อปัญหาส่วนตัว เพราะเด็กวัยในครรภ์-6 ขวบ ไม่รู้ว่าเหตุผลคืออะไร ดังนั้นถ้าเห็นแม่แสดงกิริยาที่เป็นลบเขาก็จะทำตาม เนื่องจากเด็กวัยดังกล่าวมองพ่อแม่เป็นต้นแบบ ที่เขาจะเลียนแบบ
เมื่อเด็กโตพอที่จะเรียนรู้ได้เองด้วยผลนั่นคือ ช่วงวัย 7 ขวบขึ้นไปพ่อแม่ต้องส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กให้ดีตามที่เขาอยากเป็น โดยพ่อแม่ควรพิจารณาลูกด้วยสายตาที่เป็นธรรม มองให้เห็นชัดเจนว่าลูกนั้นมีแนวโน้มที่จะเอาดีด้านใดแล้วค่อยผลักดันเขาให้ได้ดีด้านนั้น หรือถ้าผู้ปกครองที่ชอบตั้งความหวังกับลูก เช่น อยากให้ลูกเป็นนักเขียน ก็จัดสภาพแวดล้อมให้มีหนังสือ หรืออยากให้เป็นหมอก็จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้แพทยศาสตร์
นอกจากนี้ในการอบรมลูกนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องมีความอดทน และมีจิตเมตตา กรณีลูกทำผิด ต้องคิดก่อนว่า ความผิดของเขาสื่อสารอะไรเกี่ยวกับแนวโน้มความสนใจหรือเปล่า คิดให้ดีก่อนจะดุด่า เพราะบางครั้งการพูดด้วยอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกว่าโมโห เด็กจะกลัวและไม่กล้าเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แนวโน้มความอัจฉริยะที่มีก็จะดับไป สุดท้ายเขาก็ไม่มีความสุข ไม่มั่นใจกับการเรียนรู้สิ่งที่สนใจ และเมื่อมาเรียนตามแบบแผนที่พ่อแม่วางไว้ก็จะทำได้ไม่ดี สุดท้ายพ่อแม่จะผิดหวัง
“เราจะตำหนิลูกต้องมีสติไตร่ตรองก่อนว่าเขาทำด้วยสาเหตุอะไร ทำเพราะอยากรู้หรือเปล่า พ่อแม่อย่าได้ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางว่าอะไรผิดไม่ผิด แต่ใช้เหตุผลและความจริงตัดสินลูกและถ้าลูกทำพลาดอย่าใช้คำพูดเชิงลบที่ทำให้เด็กคิดว่าตัวเองไร้ค่า เน้นการพูดเชิงบวก ที่ช่วยให้เขาคิดตามได้อย่างมีเหตุผล” ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าว



