ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-หมากับคน (II)

เล่นหูเล่นตา-หมากับคน (II)

31 ม.ค. 2553

“วัตถุ” คือ สิ่งซึ่งสะท้อนภาพความจนความรวยของคนได้อย่างเด่นชัด แต่วัตถุไม่อาจสะท้อนความสุขได้โดยแท้จริง

หมาภูเขา 3 ตัว พันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์และลาบราดอร์ของน้องอ้อน เจ้าของบ้านสวยบนภูเขาใน จ.เชียงราย ได้ใช้ชีวิตสุดขีดหมา … มีความสุขเกินคนจนต้องอิจฉา แอบเอามันมาเปรียบเทียบกับหมาพันธุ์เดียวกันอีก 2 ตัวที่บ้านน้องสาวของฉันที่เชียงรายเช่นกัน “เจ้าวินเนอร์”

 หมาหนุ่มน้อยตัวสีนวลๆ อายุ 2 ขวบ กับ “บราว์นี่” หมาเด็ก 4 เดือน ที่ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนหรือหมากันแน่!

 มันมีอาณาเขตเล็กๆ อยู่หลังบ้านซึ่งเป็นทั้งที่กิน ที่ขี้ และที่นอน เจ้าของต้องออกไปเปิดร้านขายอาหารจากสายจนค่ำ ช่วงเย็นก็แวะมาให้อาหารมันพอปิดร้านแล้วค่อยมีเวลาให้มันอย่างเต็มที่ (เท่าที่จะมี)

 “ไอ้วินเนอร์ที่มันเรื่องเยอะ ต้องจูงออกไปฉี่ไปขี้นอกบ้าน มันไม่เคยขี้เลอะเทอะเหมือนไอ้ตัวเล็กนั่น” น้องสาวฉันบรรยายสรรพคุณของมัน ซึ่งฉันก็ยังไม่เห็นว่ากะอีแค่จูงไปขี้มันจะเรื่องมากตรงไหน จนกระทั่งได้เห็นกับตา มันเดิมดมเลาะบ้านและป่าข้างทางไปเรื่อย ยกขาฉี่เล็ดฉี่เรี่ยไปตามทางประกาศอาณาเขตไปทั่ว บางทีก็แวะเห่าข่มหมาเล็กๆ ตามบ้านที่ยื่นหน้าออกมานอกรั้วเห่าไล่มัน แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งหมาของบ้านนั้นตั้งหน้าตั้งตาเห่าอย่างเอาเป็นเอาตาย

 “เฮ้ย!… ไอ้หมาฝรั่งไม่มีญาติ อย่ามาฉี่เรี่ยราดหน้าบ้านตูนะเฟ้ย ซอยนี้ป๋าคุมอยู่ไม่รู้เหรอ?” หมาไทยไซส์กลางยืดตัวชูคอแสดงความยิ่งใหญ่คับซอยเห่าใส่เจ้าวินเนอร์อย่างไม่กลัวตาย ทั้งๆ ที่กระดูกคนละเบอร์ น่าเสียดายที่มีรั้วเหล็กกั้นไม่งั้นมันคงได้ตายสมใจ ฉันฟังเสียงเห่าของมันแล้วก็แปลออกมาเป็นคำพูดได้ประมาณนี้ ขณะที่เจ้าวินเนอร์มันก็บ่ยั่น แม้จะสปีกอิงลิชใส่อีกฝ่ายแบบไม่สนใจใครผิดใครถูก แต่ด้วยร่างกายกำยำล่ำสันของมันและเสียงใหญ่ก้องราวนักร้องโอเปร่า หมาในบ้านก็หงอยหลบไป …โธ่! ไอ้จิ๊กโก๋กิโลเดียว ไม่แน่จริงนี่หว่า

 “เริดลูก …แมนมาก …เก่งมากลูกแม่” ฉันเดินไปลูบหัวลูบหลังมันอย่างปีติท่วมท้นจนน้ำตาจะไหล นานๆ ทีจะได้เห็นอะไรแมนๆ แบบนี้สักที มีผัวมากี่คนก็ยังแมนสู้หมาไม่ได้ เจ็บใจก็ตรงนี้แหละ!

 หมาพันธุ์ลาบราดอร์เป็นหมาพันธุ์เดียวที่ถูกฝึกให้นำทางคนตาบอด มันคงจะต้องมีสัมผัสพิเศษและความอ่อนโยนเกินพันธุ์อื่นเป็นแน่ ว่าแล้วฉันก็จับสายจูงมันแล้วหลับตา … ระหว่างคนและหมามีบางอย่างเชื่อมถึงกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไว้ใจกัน … (เอาดิสคัฟเวอรี่กับ “อวตาร” มาผสมกัน)

 “ว้าย … ย ! ”

 ไอ้วินเนอร์มันวิ่งควบยังกับม้าที่กินยาบ้าเข้าไป กระชากสายจูงจากมือพาฉันเข้ารกเข้าพงหัวทิ่มหัวตำ น้องสาวและพี่สาวฉันที่เดินตามหัวเราะจนตัวงอ … อือ …หมาตัวนี้คงเป็นข้อยกเว้น

 ก่อนหน้านี้ 1 เดือน เจ้าวินเนอร์คือหมาหลงทางที่เดินเปะปะไปตามกลิ่นอาหารในตลาดสดที่เชียงราย มีคนใจดีให้ข้าวมันกินอยู่หลายวัน จนกระทั่งน้องสาวฉันไปเจอมันเข้า แล้วขอจากคนที่ให้อาหารมันมาเลี้ยงที่บ้าน

 "มันมอมแมมมาก ขี้หูดำอุดเต็ม 2 หู ตามท้องตามตัวเต็มไปด้วยผื่นแดง ต้องพาไปหาหมอฉีดยา จับมาอาบน้ำแล้วเอาแป้งเย็นๆ โรย โอ๊ย …เคลิ้มไปเลย ตอนนี้ผื่นหายแล้ว มีอยู่วันหนึ่งมันหลุดออกไปนอกบ้าน ตะโกนเรียกยังไงก็ไม่ฟัง วิ่งตามมันก็ไม่ทัน แล้วสักพักมันก็กลับมา มันคงอยากออกไปตามหาเจ้าของมัน หรือไม่ก็อยากกลับบ้านมัน..."

 เจ้าวินเนอร์เอาคางเกยขอบหน้าต่างมองหน้าน้องสาวฉันขณะที่เล่าเรื่องของมันราวกับเข้าใจ หน้าย่นๆ ที่ดูแก่เกินวัยทำให้มันดูน่าสงสารหนักเข้าไปอีก

 “เฝ้าบ้านนะวินเนอร์ หม่าม้าจะออกไปขายของที่ร้าน”

 เมื่อไหร่ที่บอกกับมันแบบนี้ มันจะทำหน้าเศร้าส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ แล้วหันหน้าเข้าฝาหลังบ้านนั่งซึมไปอย่างนั้นโดยไม่หันกลับมามอง แต่ตอนหลังเลิกเศร้าแล้วเพราะมีเพื่อนเป็นหมาเด็กจอมซนชื่อบราว์นี่นั่นเอง

 "เคยไปถามตามร้านขายอาหารหมากับคลินิกรักษาสัตว์ในเชียงรายว่ามีใครมาถามหาหมาพันธุ์ลาบราดอร์ 2 ขวบมั้ย ก็ไม่มีใครว่าอะไรเลยต้องเลี้ยงมันไป"

 น้องสาวฉันแอบคิดแทนมันว่ามันคงคิดถึงเจ้าของเดิมและคงมีความสุขกว่านี้ถ้าได้อยู่กับเจ้าของที่แท้จริง ฉันไม่รู้ว่ามันมาจากไหนแต่พอจะเดาได้ว่ามันมาจากบ้านหลังใหญ่เพราะกล้ามเนื้อตามตัวของมันแข็งแรงเป็นมัดๆ มันจะต้องวิ่งเล่นในที่กว้างๆ ตั้งแต่เล็กแน่ๆ ที่ที่มันวิ่งต้องเป็นสนามหญ้ามากกว่าปูนเพราะมันไม่มีปัญหาที่กระดูกสะโพกหรือขาหลังแบบที่หมาซึ่งถูกเลี้ยงบนพื้นปูนเขาเป็นกัน เอาเป็นว่ามันก็ดูมีความสุขดี ไม่ซึมเศร้านาน อือ … มันคงเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่ต้องเอาตัวรอด “ยิ่งปรับตัวได้เร็วเท่าไหร่โอกาสรอดก็ยิ่งมีสูงเท่านั้น”

 ทุกวันนี้มันรักน้องสาวฉันมากจะตื่นเต้นดีใจทุกครั้งที่น้องสาวฉันกลับมา เคยคิดว่าหมาบ้านคนรวยเป็นบ้านหลังใหญ่โต มันโชคดีและมีความสุขกว่าหมาบ้านคนธรรมดาในบ้านหลังเล็ก แต่พอได้มาเห็นเจ้าวินเนอร์แล้ว ฉันกลับคิดว่า …จะอยู่บ้านหลังเล็กหรือใหญ่ จะจนหรือรวยมันไม่สำคัญ ความสุขจากความรักและความอาทรที่มีให้มันต่างหากที่สำคัญกว่า

 ถ้าเทียบเจ้าวินเนอร์กับหมาภูเขา 3 ตัว บริเวณบ้านและอิสรภาพของหมาทำให้พวกมันแตกต่างกัน แต่สิ่งที่พวกมันมีและได้รับพอๆ กันคือ ความรักที่เจ้าของมันมีให้…

 ท้ายที่สุดแล้ว พวกมันมีความสุขเท่าเทียมกันไม่ว่าเจ้าของมันจะรวยหรือจน

 เจนนิเฟอร์ คิ้ม