ไลฟ์สไตล์

ธีระวอนชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าวหลังสถานการณ์น้ำวิกฤติ

ธีระวอนชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าวหลังสถานการณ์น้ำวิกฤติ

29 ม.ค. 2553

"รมว.เกษตร"วอนชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าว หลังพบสถานการณ์น้ำในอ่างเข้าขั้นวิกฤติ เปรยหนักใจจะที่ชาวนาเข้าร่วมโครงการ อ้างเหตุราคาข้าวในประทศกำลังพุ่งไม่หยุด

 (29ม.ค.) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ว่า ตนอยากจะให้เกษตรกรที่จะทำการเพาะนาปลั่งในฤดู 2552/53 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพาะปลูกมากขึ้นนั้น อยากจะให้หันมาปลูกพืชอย่างอื่นที่ใช้ปริมาณน้ำน้อยลง เนื่องจากสถาการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และกลาง ทั้งประเทศมีทั้งสิ้นเพียง 58,768 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 80 ของความจุอ่างทั้งหมด หรือมีปริมาณที่น้อยกล่าวปีที่ผ่านมาถึง 1,301 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากมีปริมาณน้ำต้นทุนของเขื่อนภูมิพล , เขื่อนสิริกิติติ์ , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสัก รวมกันแล้วมีปริมาณน้ำ 11,083 ล้านลูกบาศก์ คิดร้อยละ 57 ของปริมาณน้ำที่ใช้ทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าปี 2551 ถึง 1,157 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นกรมชลประทานจะต้องปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรฯเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยเฉพาะเผื่อไว้ก่อนในช่วงต้นฤดูฝนของปีผลัดไป

 " ปีที่ผ่านมาเราได้ตั้งเป้าการเพาะปลูกข้าวไว้อยู่ที่ 11 ล้านไร่ แต่ปรากฎว่าผลออกมามีการปลูกข้าวอยู่ที่ 12.40 ล้านไร่ ดังนั้นในปีนี้เราตั้งเป้าอยู่ที่ 9.50 ล้านไร่ แต่สถานการณ์ข้าวราคาที่ดีขึ้น บางครั้งอาจจะทำให้เกษตรหันปลูกข้าวมาก 12 ล้านไร่ ดังนั้นกระทรวงเกษตรจะต้องมีการรณรงค์ให้เกษตรกรได้เข้าใจในสถานการณ์น้ำของประเทศด้วย " นายธีระกล่าว

 นายธีระ กล่าวอีกต่อว่า เพื่อเป็นการรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่จะมีผลต่อภาคเกษตรนั้น ทางกระทรวงเกษตรได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศสตร์ และแผนปฎิบัติการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตร โดยจะดึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือกัน ทั้งนี้เพื่อดูแลรับผิดชอบการจัดการยุทธศาสตร์ และแผนปฎิบัติการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตร ปี 2553 - 2555 เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปงภูมิอากาศ 2551 - 2555 นอกจากนี้กระทรวงเกษตรจะเร่งดำเนินการแบบบูรณาการตามแผนงานดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2553 - 57 อาทิ ลดการเผาพื้นที่การเกษตรบนที่โล่ง เพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน จำนวน 3 แสนไร่ ภายในปี 2558 นอกจากนี้ยังมีโครงการผลิตก๊าซชีวะภาพจากมูลสัตว์ เพื่อให้เกิดอนย่างยั่งยืนเป็นต้น