ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่31ม.ค.53

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่31ม.ค.53

31 ม.ค. 2553

*** วันนี้...(วันอาทิตย์ที่ ๓๑ มกราคม) มี งานประกวดพระ ที่ชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จัดโดย นักเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ ๓๒ ประธานอำนวยการ พล.ต.นเรนทร์ สิริภูบาล ประธานดำเนินงาน พ.อ.วัฒนะ พลจันทร์

 รายการพระที่จัดประกวดครบทุกประเภทรวม ๒,๐๓๐ รายการ รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย จักรยานยนต์ยามาฮา ฟิโน ๑ คัน รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ สุดยอด ๒๑ เซียนพระร่วมสมัย จัดทำโดย ทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ (เรื่องของคุณภาพย่อมเชือถือได้)

** เดือนแรกของปี ๒๕๕๓ กำลังจะผ่านพ้นไปแล้วอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความคิดเห็นของคนในชาติที่แตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย จนมองไม่เห็นหนทางที่ปรองดองกันได้...ในขณะเดียวกัน ก็เป็นน่ายินดีที่นักวิชาการในสาขาต่างๆ ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า ปีใหม่ ๒๕๕๓ นี้ กระแสเศรษฐกิจของเมืองไทย จะดีขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีเรื่องความวุ่นวายของคนสีนั้นสีนี้ เมืองไทยเราจะไปโลดแน่ๆ

** หันมามองในแวดวงพระเครื่อง ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา มาจนถึงทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่ากระแสความนิยมพระใหม่ หวนกลับมาสู่นักสะสมพระกันอีกแล้ว หลังจาก ฟุบ ไปนานพอสมควร อันเนื่องมาจากกระแสความนิยม จตุคามรามเทพ ที่ถดถอยลงอย่างรวดเร็ว ทำเอาหลายฝ่ายขยาดไปตามๆ กัน...มาถึงวันนี้ มีการจัดสร้าง พระใหม่ กันมาอย่างต่อเนื่อง และหลายรุ่นได้รับความสนใจจากนักสะสมกันทั่วหน้า ดังจะเห็นได้ในตลาดพระ และหน้าโฆษณาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารพระเครื่อง หรือหนังสือพิมพ์รายวันก็ตาม...สิ่งที่ต้องระวังกันมาก คือ ขอให้นักสร้างพระอย่าได้ทำกันอย่างฉาบฉวย โดยเห็นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก และส่วนแบ่งที่ให้กับทาง วัด ตามจุดประสงค์ที่กล่าวอ้าง ควรจะถวายให้อย่างยุติธรรม ขออย่าได้เอาเปรียบ วัด มากจนเกินไปนัก

** วันนี้ นพ.พัฒนพงศ์ เส็งพานิช อาจารย์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จ.ลำปาง ได้ส่งภาพสวยองค์แชมป์มาให้ชมกันอีกแล้ว คือ พระยอดขุนพล กรุวัดไก่ จ.ลพบุรี สนิมแดง องค์นี้เป็นพระในตำนานองค์หนึ่งของวงการพระเมืองไทย โดยมีภาพอยู่ในหนังสือ ภาพพระเครื่อง เล่มครู ของ อ.ประชุม กาญจนวัฒน์ เซียนพระรุ่นใหญ่ในอดีต ซึ่งเป็นหนังสือขายดีมาก มีการจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่หลายครั้งแล้ว ในหนังสือเล่มนี้ ได้ลงภาพพระองค์นี้โดยเรียกว่า พระบัว ๒ ชั้นเรือนแก้ว ต่อมาเซียนพระรุ่นเก่าเห็นว่า พระพิมพ์นี้มีพุทธลักษณ์ตรงกับรูปแบบของ พระยอดขุนพล อย่างแท้จริง คือเป็น พระปางมารวิชัย บนฐานบัวเล็บช้าง ประทับอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว จึงได้ถวายพระนามใหม่ว่า พระยอดขุนพล จนถึงทุกวันนี้

 ** พระยอดขุนพล กรุวัดไก่ องค์นี้มีความสวยคมชัดและสมบูรณ์ทุกซอกมุม ปรากฏรายละเอียดบนพระพักตร์ และส่วนต่างๆ ของพระองค์อย่างครบถ้วน พระพิมพ์นี้ขุดพบจากกรุวัดไก่เพียงไม่กี่องค์ จึงมีพระหมุนเวียนในวงการน้อยมาก นับเป็นพระหายากอีกองค์หนึ่งของเมืองลพบุรี...สำหรับ คุณหมอพัฒนพงศ์ ได้ผ่านชั่วโมงบินในวงการพระมานานปี โดยมี คุณพ่อ ซึ่งเป็นเซียนพระรุ่นเก่าก่อน (ยุคเดียวกับ อ.เชียร ธีระศานต์) เป็นผู้ถ่ายทอดแนวทางการสะสมพระให้คุณหมอมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าสงสัยว่า ทำให้คุณหมอมีพระหลักยอดนิยมชนิดสวยคมชัดอยู่ในครอบครองมากพอสมควร มาถึงวันนี้  คุณหมอพัฒนพงศ์ จึงแสวงหาแต่พระสวยคมชัด และดูง่ายเท่านั้น

** ทางด้าน นพ.พรพรหม เมืองแมน (หมอต้น) ก็ได้ส่งภาพพระมาให้ชมเป็นวิทยาทานเช่นกัน คือ พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร พิมพ์บัวแหลม ปี ๒๔๙๕ สภาพสวยสมบูรณ์ มีน้ำทองประปรายเดิมๆ องค์นี้ หมอต้น บอกว่า เพิ่งได้มาเมื่อ ๒-๓ วันนี้เอง พร้อมกับให้ข้อมูลความเป็นมาของ พระกริ่งไพรีพินาศ ว่า...สมัยที่ รัชกาลที่ ๔ ยังทรงผนวชเป็นพระสงฆ์อยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ยังไม่ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ถูกกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้ามต่างๆ นานา แม้จะอยู่ในสมณเพศก็ตาม บางครั้งขณะออกบิณฑบาต ฝ่ายตรงข้ามก็เอาข้าวต้มร้อนๆ ใส่บาตร ร้อนจนแทบจะประคองบาตรไม่ไหว แต่พระองค์ก็ทนได้ ต่อมามีชาวบ้านนำ พระพุทธรูป องค์หนึ่งมาถวาย

นับแต่นั้นมาผู้กลั่นแกล้งพระองค์ต่างได้รับเคราะห์ไปตามๆ กัน จนถึงถูกประหารชีวิตก็มี พระองค์จึงทรงถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระไพรีพินาศ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เก๋งบนชั้น ๒ ของพระเจดีย์ใหญ่สีทอง ด้านหลังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระศิลาแกะ หน้าตักกว้าง ๓๓ ซม. สูง ๕๓ ซม. เป็นพระพุทธรูปแบบมหายาน ปางประทับนั่งประทานอภัย พุทธลักษณะเหมือนพระปางมารวิชัย พระหัตถ์ขวาวางอยู่บนพระชานุ

ต่อมา...เมื่อปี ๒๔๙๕ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช มีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับบำเพ็ญกุศลฉลองพระชนมายุถวายเป็นพระราชกุศล และได้มีการประกอบพิธีเททองหล่อ พระไพรีพินาศ ขึ้น  ประกอบด้วย พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ และ พระบูชา หน้าตัก ๓ นิ้ว สำหรับ พระกริ่ง ที่หล่อในครั้งนั้น มี ๒ พิมพ์ พิมพ์บัวเหลี่ยม และ พิมพ์บัวแหลม ส่วน พระชัยวัฒน์ มีเพียงพิมพ์เดียว พระรุ่นนี้เป็นพระเนื้อโลหะค่อนข้างแก่ทองเหลือง

บางองค์แก่ทองคำ พระที่ไม่ได้ผ่านการใช้ ผิวองค์พระจะปรากฏเป็นประกายทองระยับสวยงามมาก ในด้านพุทธคุณ เชื่อกันว่า เยี่ยมยอดด้านแคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี ทั้งยังมีคุณวิเศษที่เหมือนชื่อองค์พระคือ "ศัตรูทุกผู้ใดใครคิดมิดีต่อเรา จะต้องพ่ายแพ้ และพินาศไปในที่สุด" นี่คือพุทธคุณอีกด้านหนึ่ง ที่แฝงอยู่ในตระกูล พระไพรีพินาศ ทุกองค์ จนกลายเป็นพระกริ่งที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง โดยมีสนนราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนต้นๆ

** ในการสร้าง พระกริ่ง ตามตำราโบราณจารย์ จะมีการสร้าง พระชัยวัฒน์ หรือ พระชัย ควบคู่กันด้วยเสมอ โดยนิยมกันว่า พระกริ่ง สำหรับเอาไว้บูชา หรือทำน้ำพระพุทธมนต์ ส่วน พระชัยวัฒน์ สำหรับเอาไว้ติดตัว โดยเฉพาะ พระชัย นั้นเป็น นามมงคล คือ มีฤกษ์ชัยที่ดี เป็นมงคลต่อผู้บูชา และเมื่อยังมีพระนามว่า ไพรีพินาศ อีกด้วย ก็หมายถึง ชัยชนะเหนือต่อศัตรู เป็นความหมายที่ลงตัวอย่างแท้จริง สำหรับ พระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ องค์นี้เป็นพระของ อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ชำนาญพระกริ่งพระชัยวัฒน์ และรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า

** ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่ก็ตาม ที่ร้านพระของ เสี่ยป๋อง สุพรรณ ก็มีการซื้อขายพระกันอยู่เสมอ เพราะที่นี่เป็น รังใหญ่ ของพระหลักยอดนิยมทุกประเภท จนเป็นที่เชื่อถือของนักสะสมพระทุกคน ท่านจะเช่าพระอะไร เสี่ยป๋อง มีหมดทุกอย่าง วันนี้ขอนำภาพพระมาให้ชมเป็นวิทยาทาน เป็นพระหายากพิมพ์หนึ่งของวงการพระ คือ พระกริ่งสวนเต่า อันเป็นพระกริ่งที่ทรงสร้างขึ้นโดย สมเด็จพระปิยมหาราช (ร.๕) เพื่อพระราชทานแก่ผู้ใกล้ชิด ในวาระต่างๆ และเนื่องจาก พระกริ่ง ที่ทรงสร้างขึ้นนี้ ประกอบพิธีเททองหล่อพระในบริเวณ สวนเต่า ภายในพระบรมมหาราชวัง จึงมีการเรียกพระกริ่งนี้ว่า พระกริ่งสวนเต่า มีหลากหลายพิมพ์ เพราะทรงเททองหลายวาระด้วยกัน พุทธลักษณ์ขององค์พระ จึงมีความแตกต่างกันในด้านพิมพ์ทรงเล็กน้อย นับเป็น พระกริ่ง ที่หายากอีกรุ่นหนึ่งของเมืองไทย

** ตลอดปีที่ผ่านมา...จนถึงทุกวันนี้ เหรียญเจ้าสัว หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ยังคงได้รับความนิยมจากนักสะสมพระประเภทโชคลาภ มีเงินทองใช้จ่ายไม่ขาดมือ แม้ว่าจะมีพระหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันน้อย แต่ราคาก็ไม่ตกลงเลย อย่างเช่น เหรียญเจ้าสัว เนื้อทองแดง ที่เห็นนี้ ดามพ์ สุพรรณ เจ้าของพระบอกว่า ราคาเฉียดล้าน หรืออาจจะล้านกว่าล้านก็ได้

**  พระหลวงพ่อทวด พิมพ์บัวรอบ ฐานลายเซ็น ปี ๒๕๐๘ นับเป็นพระยอดนิยมอีกพิมพ์ในสาย หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ที่มีการเช่าหากันอย่างกว้างขวาง และมีพระหมุนเวียนในวงการมากพอสมควร เพราะมีรูปแบบองค์พระสวยงาม ของแท้กับของปลอม มีจุดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยพิจารณาจากพิมพ์ทรงองค์พระ และโค้ดใต้ฐาน ที่เรียกกันว่า ก้นลายเซ็น ซึ่งเป็นตัวหนังสือไทย ๓ แถว ตอกลงในเนื้อพระ แถวที่ ๑ อ่านได้ว่า วิสัยโสภณ (สมณศักดิ์ของพระอาจารย์ทิม-พระครูวิสัยโสภณ) บรรทัดที่ ๒ อ่านได้ว่า หลวงพ่อทวด และบรรทัดที่ ๓ วัดช้างไห้  (ซึ่งเขียนผิด ที่ถูกคือ วัดช้างให้) ตัวหนังสือทั้ง ๓ แถวนี้ เป็นโค้ดตัวเดียวกัน หากเป็นโค้ด ๓ ตัว

ฟันธงได้เลยว่าเป็น พระปลอม แน่นอน เพราะมีผู้ศรัทธาสนใจกันอย่างกว้างขวาง ทำให้ พระหลวงพ่อทวด รุ่นนี้ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ จากอดีตเมื่อ ๑๐ ปีก่อน เช่าหากันองค์ละไม่กี่พันบาท ต่อมาขยับขึ้นเป็นหลักหมื่นต้นๆ มาจนถึงทุกวันนี้ เช่าหาอยู่ที่เฉียดแสน หรือกว่าแสนขึ้นไป วิจิตร ปิยะศิริโสฬส (แพะ สงขลา) ทายาทร้านขนมไทยแสน-สอง ถนนนางงาม สงขลา สายตรง พระหลวงพ่อทวด ผู้วิเคราะห์พิมพ์ทรงพระหลวงพ่อทวดได้อย่างแม่นยำ จนเป็นที่เชื่อถือของนักสะสมพระสายนี้ทั่วประเทศ ใครมีปัญหาเกี่ยวกับ พระหลวงพ่อทวด ปรึกษาได้ที่โทร.๐๘-๙๑๓๒-๑๕๘๘ **

** หนังสือ สุดยอดพระเบญจภาคี เป็นหนังสือรางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ ในงานประกวดพระที่จัดขึ้นโดย กิติ ธรรมจรัส (กวง ท่าพระจันทร์) ประธาน ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน หนังสือเล่มนี้ นอกจากมีภาพพระเบญจภาคีครบทุกพิมพ์แล้ว ยังมีคำบรรยาย ๓ ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน เพื่อให้นักสะสมพระเครื่องในต่างประเทศได้เรียนรู้เรื่องยอดนิยมทั้ง ๕ พิมพ์นี้ด้วย คมเลนส์ส่องพระ วันนี้...ได้ขออนุญาตจาก "เสี่ยกวง" นำภาพ พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม จากหนังสือเล่มนี้มาให้ท่านผู้อ่านได้ชมเป็นวิทยาทานโดยทั่วกัน สำหรับท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ ขอให้หาซื้อได้ตามร้านหนังสือในสนามพระทุกแห่ง...ขอยืนยันอีกครั้งว่า หนังสือเล่มนี้มีคุณค่ามาก สำหรับผู้สนใจ พระชุดเบญจภาคี โดยเฉพาะ

** ขอเรียนว่า คมเลนส์ส่องพระ วันอาทิตย์ต่อไปไม่มี เนื่องจากเป็น วันพระ เนื้อที่ตรงนี้จึงขอมอบให้เป็นเรื่องของ ธรรมะ ทั้งหมดตามนโยบายของกองบรรณาธิการ ส่วนวันเสาร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ คงมีเหมือนเดิม...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***