ไลฟ์สไตล์

รางวัลเจ้าฟ้ามหิดลรางวัลเพื่อผู้เสียสละทางการแพทย์

รางวัลเจ้าฟ้ามหิดลรางวัลเพื่อผู้เสียสละทางการแพทย์

29 ม.ค. 2553

เวียนมาอีกครั้งสำหรับพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์อย่างยิ่งทางด้านการแพทย์ของประเทศไทย จนได้รั

 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ในการพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2552 พร้อมคู่สมรส ในปีนี้มีผู้ได้รับพระราชทานรางวัล จำนวน 3 ราย จากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 66 ราย จาก 35 ประเทศ สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.แอน มิลส์ จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศมองโกเลีย อดีตผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ กระทรวงสาธารณสุข และ มีชัย วีระไวทยะ ผู้พัฒนาการสื่อสารและการรณรงค์การป้องกันโรคเอดส์อย่างได้ผลในประเทศไทยและต่างประเทศ

 ในการนี้มีบุคคลในวงการสังคมร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ อภิสิทธิ์-พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ, ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์, รศ.นพ.ธวัชชัย พีรพัฒน์ดิษฐ์, ศ.พญ.ชนิกา-ศ.นพ.มนตรี ตู้จินดา, พญ.สมสิริ-ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, ศ.พญ.สมศรี-ศ.นพ.อรุณ เผ่าสวัสดิ์ และเอกอัครราชทูตจากนานาประเทศ

 ในวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2552 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โอกาสนี้พระราชทานพระดำรัสมีใจความตอนหนึ่งว่า "การปฏิบัติพัฒนางานทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขนั้น นอกจากจะต้องใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทางการแพทย์และการสาธารณสุขโดยตรงแล้ว ยังต้องอาศัยความรู้ในสาขาอื่นๆ มาประกอบส่งเสริมด้วย ผู้ที่สามารถนำหลักวิชา ตลอดจนความรู้ความเชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ มาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์แก่การแพทย์และการสาธารณสุขด้วยความเสียสละพากเพียร และความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ จึงสมควรได้รับการยกย่องอย่างสูงยิ่ง หวังว่าท่านทั้งสามจะได้เป็นแบบอย่างอันงดงาม ในการนำความรู้ความสามารถที่หลากหลาย มาปรับใช้เพื่อพัฒนางานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข จนปรากฏผลเป็นประโยชน์อันไพศาลแก่มวลมนุษยชาติตลอดสืบไป"