ไลฟ์สไตล์

ล่องเรือสำราญไปอลาสกา

ล่องเรือสำราญไปอลาสกา

30 ม.ค. 2553

เมื่อฤกษ์งามยามงงปรากฏ ก็เป็นอีกครั้งของชีวิต ที่ได้กลับไปใช้ชีวิตระเริงสำราญบนเรือสำราญ

 จะว่าไป ชีวิตโลโซปั่นป่วน และใจแตกเป็นเสี่ยงๆ นับแต่ได้ไปล่องเรือสำราญลอยเท้งเต้งกลางทะเลแคริบเบียนแล้ว ตอนนั้นล่องเรือ "ลิเบอร์ตี้ ออฟ เดอะ ซีส์" ของบริษัทรอยัล แคริบเบียน (www.royalcaribbean.com) ที่ใหญ่สุดในโลกขณะนั้น ทั้งไฮโซทั้งหรูหราไม่มีที่ติ

 ลงจากเรือมายังมึนเมาชีวิตสำราญๆ จังซี่มันต้องถอน เลยไปถอน ด้วยการนั่งเรือสำราญของรอยัล แคริบเบียนอีกรอบ คราวนี้ล่องเรือลำย่อมลงมาชื่อ "เลเจนด์ ออฟ เดอะ ซีส์" แค่เบาะๆ จากสิงคโปร์ไปมาเลเซีย

 ชักติดใจแฮะ  คราวนี้เลยเลือกไปล่อง "อลาสกา" (Alaska) ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมของบริษัทรอยัล แคริบเบียนเลยก็ว่าได้

 สารภาพตามตรงว่าก่อนหน้านี้  ไม่ยินดียินร้ายและเฉยชากับคำว่า ”อลาสกา” มาก  คงจะหูผึ่งมากกว่า ถ้ามีใครชวนแบกเป้ไปอัฟกานิสถาน หรือเนื้อเต้นแน่ๆ ถ้าถูกชวนไปย่ำอิรัก

 แต่มีทั้งแรงบิลด์ แรงยุ แรงเชียร์ แรงหนุน จากบรรดากูรูนักท่องโลกทั้งหลาย ว่านี่เป็นสุดยอดของชีวิตการเดินทางที่ทั้งน่าประทับและน่าจดจำ  หัวใจคนแบกเป้ก็วูบไหวไม่เป็นท่า
"พี่จุ๋ม" กรองกาญจน์ พงศธร บก.หนังสือเพื่อนเดินทาง แกบอกเป็นเส้นทางล่องเรือที่วิวทิวทัศน์มหัศจรรย์และงดงามตลอดเส้นทาง  จึงเป็นทริปที่พี่จุ๋มจำไม่รู้ลืม 

 "พี่เจ๊า" นิศารัตน์ สีตะสุวรรณ บก.หนังสือเที่ยวรอบโลก มากระตุ้นให้ความอยากกระเพื่อมขึ้นอีก  สวยไม่สวยไม่รู้ แต่โปรดปรานขนาดที่พี่เจ๊าไปอลาสกามา 2-3 รอบแล้ว แกยังบอกว่าไปได้อีกเรื่อยๆ อย่างไม่รู้เบื่อ เพราะมากกว่าภูมิทัศน์ระดับเวิลด์คลาสแล้วอลาสกายังมีสิงสาราสัตว์ในแถบขั้วโลกเหนือให้ดูอีกมากมาย แต่ละเที่ยวแต่ละทริปของแกจึงแทบไม่เคยซ้ำหน้า

 แม้แต่ซูเปอร์สตาร์สาวสองพันปีอย่าง "มาช่า" กรอกเสียงสวยๆ ผ่านสายโทรศัพท์บอกฉันว่า ”ไปเถอะค่ะ สวยจริงๆ เชื่อช่าเถอะ อลาสกาเหมาะจะไปพักผ่อนมาก“ ป่าช้าฟังมาช่าแล้วระดับความอยากพุ่งปรี๊ด

 ยังไม่พอ  "น้องอั๋น" ภูวนาท คุนผลิน ดีเจเสียงนุ่มแห่งกรีนเวฟ 106.5 ยังมาตอกย้ำความเหนือชั้นของการล่องเรือในอลาสกา  ว่าเป็นทริปสุดโปรดของเขาเลยก็ว่าได้

 “อั๋นวิ่งอยู่บนลู่วิ่งในฟิตเนส แล้วมีปลาวาฬตัวเบ้อเริ่มเทิ่มกระโดดลอยตัวขึ้นจากผิวน้ำ รอบตัวเป็นเทือกเขาหิมะ  คิดดูสิพี่ว่ามันวิเศษแค่ไหน” ฟังน้องอั๋นพร่ำพรรณนาขนาดนี้แล้วจะเหลืออะไรให้รีรออีกล่ะ  ฉันพรวดพราดยกหูโทรศัพท์ไปหารอยัล แคริบเบียน (0-2634-2882) ถามไถ่ทุกข้อสงสัย

 ได้ความว่า เส้นทางล่องเรือไปอลาสกาไม่ได้มีทั้งปี  จะเริ่มล่องตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมไปจนถึงประมาณเดือนกันยายน พ้นจากช่วงนี้ไปแล้วจะล่องไม่ได้เพราะน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง  ข้อสำคัญคือไปช่วงนี้อากาศไม่หนาวจัดจนเกินไป

 เรือจะออกจากท่าแวนคูเวอร์ มีทั้งแบบเส้นทางที่ไปแล้ววกกลับมาจบที่แวนคูเวอร์ และล่องขึ้นไปจบที่เมืองซวร์ด ที่อยู่ใกล้กับแองคอเรจ หรือออกจากซวร์ดแล้วมาจบที่แวนคูเวอร์ก็มี  สูตรที่ลงตัวสำหรับฉันที่สุดคือแบบแรกสุด

  หลังจากตะลุยเที่ยวแวนคูเวอร์จนฉ่ำปอด  ก็จับแท็กซี่พุ่งไปท่าเรือ  เรือ "เซเรเนด ออฟ เดอะ ซีส์" ทอดสมอรอทุกคนอยู่ที่นั่น

 อาจเป็นเรือที่ไม่ได้ใหญ่โตมโหฬารเท่าลิเบอร์ตี้ ออฟ เดอะ ซีส์  หรือมหึมาเท่า "โอเอซิส ออฟ เดอะ ซีส์" เรือสำราญมหึมาที่สุดในโลกลำล่าสุดของรอยัล แคริบเบียน  แต่ขึ้นชื่อว่าเรือสำราญ ย่อมมีเรื่องความใหญ่และความสะดวกสบายเป็นคุณสมบัติประจำตัว 

 ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพราะเรือที่จะวิ่งในเส้นทางอลาสกาจะใช้ลำใหญ่ไม่ได้  เนื่องจากบางช่วงต้องซอกแซกผ่านหุบเขา ช่องแคบ ฟยอร์ด และเข้าใกล้ธารน้ำแข็ง

 แม้จะผ่านบทเรียนจากการล่องเรือสำราญมาแล้ว 2 ครั้ง แต่อาการเงอะงะงุ่มง่ามตอนผ่านขั้นตอนต่างๆ ยังคงอยู่  พอครบถ้วนกระบวนความ  ก็รับบัตร "Sea Pass" ที่นอกจากเป็นกุญแจ ยังมีไว้รูดจับจ่ายภายในเรือ  เสร็จก็เดินตัวปลิวเข้าห้อง รอเสียงประกาศเรียกให้ไปสมทบกับผู้โดยสารทุกคนเพื่อทำ Ship Drills หรือร่วมฝึกซ้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นแพทเทิร์นเหมือนกันทุกลำของผู้โดยสารเรือสำราญ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน  ก่อนเรือออกจากท่า ผู้โดยสารทุกคนจะถูกต้อนให้เข้าร่วมการฝึกซ้อม กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน  โดยให้ทุกคนเอาชูชีพที่อยู่ในห้องพักของตัวเองลงไปด้วย เสร็จแล้วใครจะระเห็จไประเริงในมุมไหนของเรือสำราญ คราวนี้ไม่มีใครห้าม

 ฉบับหน้า จะพาไปดูด้านในของเซเรเนด ออฟ เดอะ ซีส์ ที่โอ่อ่าไม่แพ้เรือลำไหนๆ ในตระกูลรอยัล แคริบเบียน  และออเดิร์ฟด้วยวิวงามๆ ที่อลาสกาส่งมาเสิร์ฟตั้งแต่เรือขยับตัว

"กาญจนา หงษ์ทอง"