ไลฟ์สไตล์

สุจริตใจ

สุจริตใจ

29 ม.ค. 2553

ทุกครั้งที่ได้ดูข่าวในพระราชสำนัก เห็นพระสงฆ์นำวัตถุมงคลพร้อมทั้งเงินถวาย หรือพาญาติโยมเข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล หรือเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย ในใจก็อนุโมทนา เป็นปัตติทานมัย เกือบทุกครั้งไป

 ที่ทิ้งท้ายว่า "เกือบทุกครั้ง" เพราะบางครั้งใจอนุโมทนาทำปัตติทานมัยไม่ลงจริงๆ เพราะรู้พฤติกรรมของพระบางรูป หรือคนบางคน ที่เขาทำไปเพราะใจแฝงไว้ด้วยเล่ห์กล คือ

 อยากได้ชื่อ
 อยากได้หน้าตา
 อยากนำรูปมาเพื่อหาผลประโยชน์
 เป็นความไม่บริสุทธิ์ใจที่น่าละอาย

 ใคร่ขอเรียนถวายพระสงฆ์องค์เจ้าบางรูป ที่จัดพิธีปล่อยชีวิตวัว-ควาย ติดป้ายกิจกรรมมากมายว่า เป็นการถวายพระราชกุศล เมื่อเสร็จงานแล้ว ได้รับเงินบริจาคหลายล้าน แต่ไม่นำเงินไปซื้อชีวิตวัวควายปล่อยตามที่ปิดประกาศ แต่นำเงินที่ได้ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น สร้างโบสถ์ ศาลา ฯลฯ หรือ นำขึ้นทูลเกล้าฯ

 การกระทำด้วยเล่ห์กลอย่างนี้ เป็นการ “โกงชีวิตสัตว์ ชีวิตตนเองก็ต้องวิบัติด้วยอายุสั้น” เป็นพระทำไมจึงต้องอาศัยสัตว์หาปัจจัยด้วย เงินปล่อยสัตว์นั้น ค้างบัญชีวัดคาย่ามเท่าไร เรียกความเจ็บไข้ความตายมาถึงตัว และคณะกรรมการเร็วเท่านั้น

 ในกรณีที่พระสงฆ์ หรือประชาชน นำเงินทูลเกล้าฯ ก็ขอให้การทูลเกล้าฯ เป็นแบบคว่ำขันน้ำบนพื้นทราย มิใช่หงายขันเพื่อรองน้ำฝน

 การที่ได้เข้าเฝ้าฯ แต่ใจแฝงด้วยเล่ห์กลฉ้อฉล เพื่อหวังประโยชน์ข้างต้น ๓ ประการ

 แม้เข้าเฝ้าฯ ก็ถือว่า “ไม่เข้าถึง”

 แต่ถ้าผู้ใดทำบุญกุศลแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล....ด้วยชีวิต และด้วยความสุจริตใจ...แม้ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ แต่ถือว่าเข้าถึง

พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)