ไลฟ์สไตล์

นำร่องกทม.พื้นที่บังคับใช้กฎหมายเหล้าจริงจัง

นำร่องกทม.พื้นที่บังคับใช้กฎหมายเหล้าจริงจัง

27 ม.ค. 2553

สธ.-กทม.-ตำรวจ เตรียมนำร่อง กทม. เป็นพื้นที่บังคับใช้ กม.เหล้าจริงจัง พร้อมเผยผลติดตามภาพโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผิด กม. จาก 201 ภาพ ฝ่าฝืนถึง 150 ภาพ แจ้งความไปแล้ว 133 คดี

 ที่กระทรวงสาธารณสุข  เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ม.ค.นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค หารือแนวทางการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ พล.ต.ต.ปรีชา ลิ้มปโอวาท ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด กทม. ผู้อำนวยการเขต  50 เขต และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 นพ.มานิต กล่าวว่า ขณะนี้ผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีแนวโน้มคุมคามสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในเยาวชน ที่ได้รับการส่งเสริมจูงใจให้ดื่มจนเกิดปัญหาตามมา ทั้งเรื่องทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน การทำแท้ง รวมถึงปัญหาอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ   หากผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าใจ ให้ความเคารพและร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัด มั่นใจว่าปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะลดลง ปัญหาอันตรายต่างๆ ก็จะลดลงไปด้วย

 นพ.มานิต กล่าวต่อว่า ในการหารือกับผู้แทนกรุงเทพมหานคร ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในวันนี้ ได้มีมาตรการที่จะให้มีการปฏิบัติบังคับการใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง โดยนำร่องในพื้นที่กรุงเทพหมานคร ซึ่งหลายฝ่ายให้การสนับสนุนเช่น แกนนำเด็กและเยาวชนจาก 10 เขต  50  ชุมชนใน กทม. กว่า 400 คน ที่เรียกร้องต่อผู้ว่าฯ กทม. ให้คุมเข้มมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองปลอดภัย และปราศจากป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ในการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในเขตกทม. กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกทม.และสสส. จัดอบรมข้าราชการของสำนักเขต กทม.ที่ได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี ให้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายฯ ทั้ง 50 เขต จำนวน 5 รุ่น รวม 250 คน เพื่อเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละเขต เริ่มตั้งแต่เดือนนี้จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 เน้นการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย รวมทั้งโทษ พิษภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้น

 สถานการณ์การฝ่าฝืนโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นพ.สมาน กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้พิจารณาภาพการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในส่วนป้ายภาพ และสื่อต่างๆ รวมทั้งสิ้น 201 ภาพ พบว่า มีภาพที่เข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 150 ภาพ และได้ทำการแจ้งความกล่าวโทษไปแล้ว 133 คดี โดยตนได้นำรายละเอียดนี้เสนอต่อ รมว.สาธารณสุขแล้ว ส่วนการควบคุมการโฆษณาตามร้านอาหารนั้น ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจตราและขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ พบว่า ในพื้นที่ย่านถนนพระราม 5 ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีถึงร้อยละ 90 แต่ในส่วนถนนย่านรัชดาที่มีผับ บาร์จำนวนมากนั้นไม่ได้รับความร่วมมือเลย อีกทั้งแต่ละแห่งยังมีการละเมิดการโฆษณาอย่างมาก ซึ่ง 1 แห่งตรวจพบการโฆษณาถึง 50 จุด

 “จากการเข้าพูดคุยกับผู้ประกอบการนั้น ส่วนใหญ่เสนอว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขควรเชิญผู้ประกอบการผับ บาร์ ไปพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฏิบัติห้ามโฆษณาเครื่องดื่มในร้านเพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ดีกว่าที่จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจ”