ไลฟ์สไตล์

สำนักงบฯชี้ชัดไม่มีงบม.วิจัยแห่งชาติ

สำนักงบฯชี้ชัดไม่มีงบม.วิจัยแห่งชาติ

27 ม.ค. 2553

สำนักงบฯชี้ชัด ไม่มีงบม.วิจัยแห่งชาติ มก.เผยปี 2553-2554 สำนักงบประมาณชัดเจนไม่มีงบประมาณให้ ชี้ไม่สน เดินหน้าพัฒนางานวิจัย ตั้งศูนย์วิทยาการชั้นสูง 4 แห่ง ชูด้านการเกษตร อาหาร เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นหลัก ด้าน จุฬาฯ ฉุนงบม.วิจัยล่าช้า กระทบต่อการพัฒนางา

 เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2553 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) รศ.ดร.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมก. แถลงข่าวมก.กับมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ว่า หลังจากที่มก.ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในม.วิจัยแห่งชาติ ได้มีการวางแผนในการดำเนินงานเพื่อเป็นม.วิจัยแห่งชาติชั้นนำของโลกด้านการเกษตร อาหาร เทคโนโลยี และนวัตกรรม เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีความพร้อมทั้งทางด้านองค์ความรู้ บุคลากร นักวิจัย ส่วนเรื่องงบประมาณม.วิจัยแห่งชาติ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นข้อตกลงร่วมกัน จะมีงบประมาณสนับสนุน12,000 ล้านบาท

 ขณะนี้ สำนักงบประมาณ ได้ชี้แจ้งมาชัดเจนแล้วว่า ไม่มีงบประมาณให้ ดังนั้น ในปี 2553 นี้ ม.วิจัยแห่งชาติจะไม่ได้รับงบประมาณในการสนับสนุน และในปี 2554 คาดว่าจะไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยทั้ง 9 แห่งที่ได้รับคัดเลือกเป็นม.วิจัยแห่งชาติถูกตัดงบวิจัย เนื่องจากทางกรรมาธิการสำนักงบฯ ชี้แจ้งว่า ทางม.วิจัยแห่งชาติ ได้รับงบในส่วนของม.วิจัยแห่งชาติอยู่แล้ว

 “ขณะนี้ แม้ มก.จะไม่ได้รับงบประมาณม.วิจัยแห่งชาติจากรัฐบาล แต่ตามหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เป้าหมาย ในการพัฒนางานวิจัยนั้นทำให้ทางมหาวิทยาลัยยืมงบจากส่วนกลางองมหาวิทยาลัย มาดำเนินการตามพันธกิจ และเป้าหมายของการเป็นม.วิจัย 300 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบครุภัณฑ์ 137 ล้านบาท และที่เหลือเป็นงบในการยกระดับความเข็มแข็งด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อาหาร ทรัพยากร และเทคโนโลยี พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ และสร้างกำลังคนระดับสูงในระดับปริญญาเอก และหลังปริญญาเอง” อธิการบดีมก.กล่าว

 ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้มีการจัดตั้งศูนย์วิทยาการขั้นสูงขึ้น 4 ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าวิจัย ได้แก่ ศูนย์วิทยาการขั้นสูงเพื่อเกษตรและอาหาร ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านทรัพยากรธรรมชาติเขตร้อน ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านนาโนเทคโนโลยี เพื่ออุตสาหกรรมเคมี อาหารและการเกษตร และศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการเป็นม.วิจัยแห่งชาติ ทางมก.จะเดินหน้าให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ถึงจะไม่มีงบจากรัฐบาลนสนับสนุน และ ในปี 2553 นี้ ทางมหาวิทยาลัยได้รับทุนจากแหล่งทุนภายนอก 590 ล้านบาท ทุนจากภาคอุตสาหกรรม 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการวิจัย ให้ตรงตามเป้าในการเพิ่มจำนวนนิสิต/นศ.ระดับป.โท 440 คน นิสิต/นศ.ระดับป.เอก 250 คน และนักวิจัยระดับป.เอก 50 คน

 ด้าน ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องงบม.วิจัยยังไม่มีควงามชัดเจน และทางม.วิจัยทุแห่งยังไม่ได้รับงบประมาฯในส่วนนี้ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ควรได้รับงบประมาณตั้งแต่เดือนต.ค.ปี 2552 ซึ่งการได้รับงบม.วิจัยล่าช้า ทำให้เกิดผลเสียต่อการพัฒนาประเทศค่อนข้างมาก เพราะการทำงานวิจัย หรือเมื่อได้รับงบประมาณมานั้นต้องมีการระดมความคิด การจัดสรร และคัดเลือกงานวิจัยจากนักวิจัยด้วย เพื่อให้ได้งานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของงบประมาณว่าจัดสรรเท่าไหร่ ลดลงจากเดิมหรือไม่ และหากมีการจัดสรรงบม.วิจัยในเดือนก.พ.นี้ สร้างความเสียหาย เดือดร้อนแก่ม.วิจัยมากด้วย เพราะขณะนี้ ม.วิจัยหลายแห่งได้ลงมือทำงานวิจัยแล้ว โดยใช้งบประมาณของมหาวิทยาลัย จึงอยากให้รัฐบาลให้ความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว แก่ม.วิจัยด้วย