
รับโจรเข้าบ้าน
ดิฉันรับพนักงานจากศูนย์ดูแลผู้ป่วย เพื่อมาดูแลคุณแม่ที่บ้าน ตอนแรกก็เข้ามาทำงานดีๆ แต่เพียงไม่กี่วันก็เริ่มออกลาย เขาเริ่มขอเบิกเงินล่วงหน้า 2-3 เดือน แต่ดิฉันไม่ให้ เพราะเงินค่าจ้างต้องจ่ายผ่านศูนย์เท่านั้น เขาก็ออดอ้อนเรียกความสงสาร จนดิฉันเริ่มใจอ่อน เ
ไม่รู้เขามีคาถาอาคมอะไรหรือเปล่า เพราะเขาทำให้ดิฉันเชื่อ โดยไม่ฟังคำทักท้วงของสามีและลูกเลย เขาพูดอะไรก็เชื่อหมด เขาหยิบอะไรไปก็เหมือนไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้เขาใส่ของอัปมงคลอะไรให้ครอบครัวของเรากินไปบ้าง เพราะเขาทำอาหารให้รับประทานด้วย มีโทรศัพท์มาหาเขาตลอด มีทั้งภาษาไทย เขมร ลาว บางครั้งก็ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอะไรกันแน่
ของในบ้านดิฉันหายไปที่ละชิ้น สองชิ้น ชิ้นเล็กบ้าง ชิ้นใหญ่บ้าง โดยที่ดิฉันไม่รู้ตัวเลย แล้ววันหนึ่ง เขาก็หายตัวไป โดยไม่บอกลา ดิฉันโทรไปตามที่ศูนย์ ทางศูนย์บอกว่า เขาไม่ได้กลับไปที่ศูนย์ และไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในสัญญาว่าจ้าง มีระบุไว้แล้วว่า ศูนย์จะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของพนักงานกรณีขโมยของนายจ้างแล้วหนีไป แอบสืบทราบภายหลังว่า เขามีญาติขายของมือสอง และของที่นำมาขายก็คือของที่ขโมยมาทั้งนั้น แต่เราไม่สามารถไปจับเขาได้ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันว่า ของที่ขายอยู่เป็นของเรา
สุดท้าย ทำได้แค่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ตำรวจก็ไม่ค่อยสนใจ บอกเพียงว่า ไม่รู้จะไปจับที่ไหน เพราะไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไปตามเขาได้เลย มีแต่สำเนาบัตรประชาชนที่ทางศูนย์ถ่ายสำเนาแนบมากับสัญญาเท่านั้น พอไปตรวจสอบก็พบว่า รูปในบัตรไม่ตรงกับตัวจริง ตามภูมิลำเนาบอกว่าอยู่ จ.ขอนแก่น แต่ตำรวจบอกว่า อาจจะเป็นพวกแรงงานต่างด้าวที่เขามาทำงาน และปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน โดยสวมบัตรคนอื่นแทน ซึ่งทำเป็นขบวนการ แม้แต่ศูนย์ก็ไม่รู้ความจริงนี้ แต่ที่รับเข้ามาเพราะได้เงินค่าอบรม และได้ค่าหัวคิวกรณีที่ส่งไปทำงานตามบ้าน
ดิฉันเสียเงินจ้างพนักงานเหล่านี้ด้วยเงินเดือนสูงเกือบหมื่นบาท แต่ไม่มีใครรับผิดชอบเลย แม้แต่ศูนย์ อยากให้ดูดิฉันเป็นตัวอย่าง ใครที่กำลังมีคนเหล่านี้อยู่ในบ้าน ระวังให้ดีๆ
ดารุณี



