ไลฟ์สไตล์

โคนิก้า-มินอลต้าใช้3Dสร้างภาพวีนัสสมบูรณ์

โคนิก้า-มินอลต้าใช้3Dสร้างภาพวีนัสสมบูรณ์

26 ม.ค. 2553

โคนิก้า-มินอลต้า สร้างความตกตะลึงให้โลก ด้วยการใช้เทคโนโลยี 3 D สร้างภาพวีนัสในสภาพสมบูรณ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

เว็บไซต์ของโคนิก้า มินอลต้า ได้สร้างความตกตะลึงให้กับโลกด้วยการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่อาศัยเทคโนโลยีก้าวหน้า นอน-คอนแท็ค 3 D ดิจิไทเซอร์ (Non-Contack 3 D Digitizer) ที่ใช้เลเซอร์ในการสแกนปฏิมากรรมก้องโลก " วีนัส เดอ มิโล " และวิเคราะห์รายละเอียด และนำมาสร้างภาพใหม่ที่ชัดเจนบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นโฉมงามที่แท้จริงของวีนัส ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน

โคนิก้า มินอลต้า ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และได้นำมาใช้กับปฏิมากรรมวีนัสเดอ มีโล ศิลปะล้ำค่าของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ แห่งฝรั่งเศส ซึ่งนับตั้งแต่ถูกค้นพบเมื่อ 200 ปีก่อน วีนัส เทพีแห่งความรักและความงาม ที่เราเห็นในปัจจุบัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่แท้จริงที่ศิลปินจงใจสร้างสรรค์เท่านั้น

เท็คนิคการวิเคราะห์ภาพด้วยเทคโนโลยี 3 D ได้แสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว บนศีรษะของวีนัสเคยคาดด้วยเครื่องประดับทำด้วยทอง รูสองรูบนแขนข้างขวาที่ขาดหายไป เชื่อว่าจะเคยเป็นที่ยึดของกำไลแขนทำด้วยโลหะมาก่อน ขณะที่ท่อนแขนส่วนที่ขาดหายไป สันนิษฐานได้ในหลายประเด็นว่า อาจกำลังจับเครื่องประดับทองบนศีรษะ , จับกระจก หรือขนของเทพอาเรส เทพแห่งสงคราม ส่วนแขนข้างซ้ายที่ขาดหายไป อาจกำลังถือผลแอ๊ปเปิล หรือไม่ก็ทอดวางบนเสา คำถามเกี่ยวกับแขนที่หายไปของวีนัส ยังคงไม่ได้รับคำตอบ แต่รูที่แขนขวาได้ช่วยสนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่า แขนข้างนี้ได้ทอดผ่านทรวงอกไปหาแขนข้างซ้าย

ภาพของรูขนาดใหญ่บริเวณโคนแขนซ้ายที่ต่อจากไหล่ ชี้ให้เห็นว่า ส่วนของแขนที่ขาดหายไปเป็นคนละชิ้นกับร่างกาย ซึ่งน่าสงสัยว่าทำไมปฏิมากรณ์จึงไม่ได้ใช้หินก้อนเดียวในการแกะสลักเป็นไปได้ว่า เพราะปฏิมากรรมวีนัส ใช้หินอ่อนสีขาวที่มีคุณภาพสูงจากเกาะปารอส ของกรีก แต่ยากต่อการขนถ่ายหินที่มีขนาดใหญ่ และยังอาจจะยากต่อการแกะสลักแขน หรือองค์ประกอบอื่น ๆ จากหินก้อนเดียวกันด้วยเช่นกัน เป็นที่ทราบดีว่า ปฏิมากรรมของกรีกนิยมแกะสลักจากหินอ่อนหลาย ๆ ชิ้น เพื่อใช้ปริมาณเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และยังลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายอีกด้วย

ท่าโพสต์ที่วีนัสยกขาขึ้นมาข้างหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่า เธอพยายามป้องกันไม่ให้ผืนผ้าหลุดไหลลงมาจากสะโพก ผ้าที่พันห่อที่อยู่ที่สะโพก ได้แสดงให้เห็นถึงความนุ่มนวล พริ้วไหวและมีชีวิตชีวา รูปสลักนี้มีรอยแตกตอนที่พบครั้งแรก และรอยแตกนี้ก็เข้ากันได้ดีกับปฏิมากรรมชิ้นอื่นและยิ่งไปกว่านั้น คือ ส่วนบนและส่วนร่างของเรือนร่าง ได้แสดงให้เห็นถึงส่วนประกอบ 2 ส่วน
ที่น่าจะเชื่อมกับผืนผ้าด้วยเช่นกัน

สำหรับคำถามสำคัญที่ว่า ใครคือผู้สร้างสรรค์ปฏิมากรรมชิ้นเอกนี้ จากบริเวณรอยแตกพอจะเห็นรอยสลัก พออ่านได้ใจความว่า เป็นฝีมือของ แอนดรอส บุตรชายแห่งเมนิเดส ชาวอันติออชแห่งแม่น้ำแมอันเดอร์

หมายเหตุลิงค์ภาพเคลื่อนไหว :   http://www.futureishere.biz/museumofbeauty/