ไลฟ์สไตล์

"ลุงเฉลียว"นักการเกษตรผสมผสาน

"ลุงเฉลียว"นักการเกษตรผสมผสาน

27 ม.ค. 2553

ด้วยยึดทำเกษตรผสมผสานบนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ ตามหลักคิด ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ส่งให้ "ลุงเฉลียว แก้ววิชัย" วัย 62 ปี เกษตรกรบ้านโนนดั่ง ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ มีวิถีอยู่อย่างไม่ขัดสน เพราะพื้นที่เกือบทุกตารางนิ้วสร้างรายได้ให้ทุกวัน

 ลุงเฉลียว เล่าให้ฟังว่า ตลอดชีวิตยึดทำนา ปลูกผัก เลี้ยงปลา บนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ ต่อมาเมื่อปี 2549 เล็งเห็นว่า ข้าวที่นำไปสีที่โรงสีอื่นในหมู่บ้านมีการขัดสีทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดน้อยลง จึงรวบรวมเงินเพื่อซื้อโรงสีขนาดเล็กมาสีข้าวของตนเองและญาติๆ

 "จากที่โรงสีของผมสีข้าวและจมูกข้าวไม่หักมาก เพื่อนบ้านจึงมาใช้บริการกันมาก ส่วนปลายข้าว รำข้าว แกลบที่ได้จากการสีข้าว จะมีเพื่อนบ้านมาซื้อไปเป็นอาหารสัตว์ และใช้ในการเกษตร ทำให้มีรายได้วันละหลายร้อยบาท" ลุงเฉลียวแจง

 ส่วนรำที่เหลือจากการจำหน่ายลุงเฉลียวก็ซื้อหมูมาเลี้ยง ส่วนปลายข้าวก็นำไปเป็นอาหารเป็ด ไก่ ปลา ขณะที่แกลบก็นำมาผสมกับขี้หมูแล้วหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อจำหน่ายและใช้เอง

 พร้อมๆ กันนั้น ลุงเฉลียวก็ปลูกผักสวนครัวตามฤดูกาล หากว่างเว้นจากการทำนาก็จะปลูกพริก แตงโม กล้วย ตะไคร้ ฟักทอง เพื่อเป็นรายได้เสริม เมื่อถึงฤดูแล้งก็จะวางตาข่ายดักปลาในแม่น้ำมูล เพื่อเป็นอาหาร ที่เหลือก็ขายให้เพื่อนบ้าน วันไหนได้ปลารากกล้วยก็จะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 100-160 บาท

 "เฉลี่ยเดือนหนึ่งจะมีรายได้ 6-7 พันบาท จากพืชผลในสวน การรับสีข้าว ปุ๋ยหมัก ฯลฯ ถือว่าชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ขัดสด แม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากมายนัก แต่ผมก็ภูมิใจในชีวิตการเป็นเกษตรกร เพราะเป็นอาชีพที่สุจริต และเป็นการรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษด้วย”

 นับเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่สนองพระราชดำริของในหลวง โดยทำเกษตรแบบผสมผสาน ใช้ทุกอย่างให้เกิดคุณค่ามากที่สุด สร้างอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวโดยสุจริต

"ปาริชาติ พวงจำปา"