
สุดยอดอาหารจาก"น้ำคั้นใบข้าว" ผลิตภัณฑ์ใหม่ของคนรักสุขภาพ
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวกับอาหารการกินนั้น ทำให้นักวิจัยหลายสำนักต่างหันมาวิจัยพืชผัก เพื่อหาคุณค่าทางโภชนาการ อย่างล่าสุด ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน
ดร.ลักขณา บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมา คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของน้ำคั้นจากใบข้าวไทย/ข้าวสาลี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์จากใบข้าวและน้ำคั้นใบข้าวพันธุ์ไทย รวมถึงการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากวัตถุดิบดังกล่าว เพื่อก่อเกิดมูลค่าเพิ่มแก่ข้าวไทย และเป็นการเพิ่มทางเลือกในด้านความหลากหลายของอาหารสุขภาพที่ผลิตขึ้นภายในประเทศให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย
ผลจากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของน้ำคั้นใบข้าวพันธุ์ไทย เปรียบเทียบกับน้ำคั้นใบข้าวสาลีที่จำหน่ายในท้องตลาด พบว่า น้ำคั้นจากใบข้าวทุกพันธุ์ที่นำมาศึกษา คือ หอมมะลิ 105 สุพรรณบุรี 1 หางทับทิม ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว และข้าวสาลี พบว่ามีสภาวะเป็นกรดอย่างอ่อน มีค่าพีเอชอยู่ในช่วง 5.8-6.2 โดยน้ำคั้นใบข้าวสาลีมีปริมาณคลอโรฟิลสูงกว่าน้ำคั้นจากใบข้าวเจ้าและข้าวเหนียวถึง 6 เท่า คือ มีปริมาณ 638 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีปริมาณแคลเซียม 67 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าข้าวเจ้าและข้าวเหนียวถึง 3 เท่า
ส่วนปริมาณของธาตุแมกนีเซียมนั้น พบว่าน้ำคั้นจากใบข้าวเจ้าและข้าวเหนียวมีปริมาณแมกนีเซียมสูงกว่าน้ำคั้นจากใบข้าวสาลี โดยน้ำคั้นใบข้าวหอมมะลิมีปริมาณธาตุแมกนีเซียมและเหล็กสูงที่สุด คือ 677 มิฃลิกรัมต่อลิตร และ 20 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวพันธุ์อื่นๆ ขณะที่การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ พบว่ามีปริมาณสูงที่สุดในน้ำคั้นจากต้นกล้าข้าวหางทับทิม รองลงมา คือ ข้าวสุพรรณบุรี 1 ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวเหนียวดำ ตามลำดับ
นักวิจัยจากฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน บอกอีกว่า ผลการวิจัยฯ ในที่สุดได้คัดเลือกพันธุ์ข้าว 4 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 ข้าวเจ้าสุพรรณบุรี 1 ข้าวเหนียวดำ และข้าวสาลี เพื่อใช้ในการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ ระยะแรกได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ชาใบข้าว วุ้นกะทิผสมน้ำคั้นใบข้าว น้ำคั้นใบข้าวพร้อมดื่ม ไอศกรีมและโยเกิร์ตผสมน้ำคั้นใบข้าว จากการทำการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ ในด้านสี กลิ่น รส ความหวาน เนื้อสัมผัส และการยอมรับผลิตภัณฑ์ในภาพรวม พบว่าผู้บริโภคให้คะแนนความพึงพอใจต่อทุกผลิตภัณฑ์ในระดับดี คือ ได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่า 4 จาก 5 คะแนน
ข้าวนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญยิ่ง ไม่เพียงแต่จะนำเมล็ดข้าวมาบริโภคเพียงอย่างเดียว หากแต่ผลงานวิจัยในครั้ง เป็นข้อยืนยันได้ว่า ข้าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น ทั้งการเมล็ดนำไปบริโภคได้ และสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ขณะที่ส่วนเหลือ เช่น ฟางข้าว แกลบ ยังนำมาทำเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย หากใครสนใจมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จะเปิดตัวและจัดนิทรรศการบนเส้นทางงานวิจัย ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 29 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2553 ที่อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน



