
มหันตภัยตัวใหม่ในสวนยาง
ช่วงนี้จะพูดถึงสวนยางพาราค่อนจะบ่อยครั้ง เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรทั่วประเทศ เนื่องจากราคายางพาราพุ่งขึ้นเหนือกว่าระดับกิโลกรัมละ 50 บาท มาหลายปีแล้ว บางครั้งพุ่งไปแตะที่ราคากิโลกรัมละ 106 บาท อย่างปัจจุบันราคายางพารานั้นตกกิโลก
ที่พูดในวันนี้ จะไม่พูดเรื่องของรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางหรอกครับ แต่จะบอกว่าในยุคที่เกิดภาวะโลกร้อนนั้น มีโรคที่เป็นศัตรูพืชหลายอย่างเกิดขึ้น และคุกคามต่อเกษตรกรโดยตรง อย่างในสวนยางพารา ซึ่ง คุณบุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวเครือเนชั่นประจำ จ.เลย รายงานมาว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ได้รับรายงานจากเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราว่า ในพื้นที่ ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย ตอนนี้เกิดโรคใหม่แล้วครับ คือ “เพลี้ยแป้งสายพันธุ์สีชมพู”
โรคเพลี้ยแป้งสายพันธุ์สีชมพูที่ว่านี้ จากการสอบถามผู้ที่คลุกคลีอยู่กับสวนยางพารา อย่าง ธีรศักดิ์ กิจศิริรัตน์ หัวหน้าแผนกปฏิบัติการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดจันทบุรี บอกว่า ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เช่นเดียวกับ เพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ก็บอกว่า ทำสวนยางมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ไม่เคยเห็นโรคเพลี้ยแป้งสายพันธุ์สีชมพูมาก่อน
โรคที่เกิดขึ้นในสวนยางที่พบเห็นกันบ่อยคือโรคราดำ ราขาว ใบหยิก และหนอน ส่วนโรคเพลี้ย มีชนิดเดียวเท่านั้นคือ เพลี้ยหอย จะเกาะตามยอดใบยางที่ต้นยางมีอายุราว 2 ปี แต่ไม่ทำอันตรายมากนัก สามารถกำจัดได้
นั่นแปลว่า “เพลี้ยแป้งสายพันธุ์สีชมพู” ถือเป็นโรคใหม่ที่ ปทุมวัน ประจันพล เกษตรจังหวัดเลย ระบุว่า มาจากแถวๆ แอฟริกา มีลักษณะพิเศษ คือ เพลี้ยสามารถสืบพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศก็ได้ เมื่อผนึกกำลังกับเพลี้ยแป้งสายพันธุ์ดั้งเดิมอีก 3 พันธุ์ ที่กำลังระบาดอยู่ทุกปีในแปลงมันสำปะหลัง อาจทำให้ความรุนแรงจะทวีคูณขึ้น แต่จะไม่มีพิษต่อคนและสัตว์
เพลี้ยแป้งสายพันธุ์สีชมพู เป็นแมลงชนิดหนึ่งมักชอบอาศัยในบริเวณที่ปลูกมันสำปะหลังทึบแน่น จะใช้ปากดูดน้ำเลี้ยงจากพืชอาศัย สามารถวางไข่ได้ครั้ง 600-800 ฟอง ระยะเวลาฟักไข่ 6-10 วัน ตัวอ่อนมีอายุ 35-40 วัน ชอบอาศัยอยู่ในดิน รากพืช และไม้ยืนต้น เช่น ฝรั่ง พุทรา น้อยหน่า มะม่วงหิมพานต์ ลีลาวดี สะเดา รวมทั้งใบยางพารา เป็นต้น
หลักการสังเกตคือบนตัวเต็มวัยจะมีมูลหวานที่ถ่ายออกมาคล้ายแป้ง พาหะของการระบาดเกิดจากลมพัดพา น้ำ และการคาบตัวอ่อนของฝูงมดที่มากินมูลหวาน อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้โรคนี้ลามไปที่อื่น มีวิธีกำจัด ปทุมวันบอกว่า ใช้รถดับเพลิงบรรทุกเชื้อจุลินทรีย์ชื่อว่า "ไดโครโดมาร์" ผสมกับน้ำฉีดพ่นไปที่ต้นยางพารา และได้สาธิตให้เกษตรกรดูแล้วเป็นแปลงสาธิตที่ จ.เลย
แม้โรคเพลี้ยแป้งสายพันธุ์สีชมพู เพิ่งจะระบาดในวงแคบในพื้นที่ ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย แต่เกษตรกรอย่านอนใจนะครับ เพราะหากปล่อยไปอาจจะกลายเป็นมหันตภัยที่จะคุกคามเกษตรกรชาวสวนยางพาราในอนาคต
" ดลมนัส กาเจ"
[email protected]



