
4 ปัญหาผิวกวนใจหญิงสาว
ทุกวันนี้ไม่ว่าหญิงหรือชายดูจะให้ความสำคัญกับผิวพรรณโดยเฉพาะผิวหน้า เพราะแบบนี้สถาบันโรคผิวหนังจึงจับมือกับคลีนิกข์จัดเสวนาวิชาการเรื่อง "เดอร์มาโลจิกา โซลูชั่นส์ ฟอร์ เอฟวรี่ คอนเซิร์น" โดยเชิญ นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง พญ.รัศนี อัครพันธุ์
ปัญหาผิวอันดับหนึ่งต้องยกให้ "สิว" ที่ทำให้ใบหน้าพังอย่างไม่เป็นท่า พญ.รัศนี เผยว่า สิวมักจะเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายโดย 85 เปอร์เซ็นต์เป็นสิวธรรมดา และ 15 เปอร์เซ็นต์เป็นสิวอักเสบรุนแรง ซึ่งสิวบนใบหน้าเกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน ที่มีขนาดเล็กแต่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่ใต้ผิวทำให้ผลิตน้ำมันมาก
"เชื้อแบคทีเรีย พีแอคเน่ (P.acnes) จะกระตุ้นให้เกิดสิวทั้งที่เห็นและมองไม่เห็น ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อสิว ดังนั้น การใช้ยารักษาสิวต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะการใช้ยารับประทานในรูปแบบของกรดวิตามินเอ เพื่อลดความมันบนใบหน้าและลดการอักเสบของสิว อาจจะมีผลต่อตับทำให้เกิดตับอักเสบ ไขมันในเลือดสูง หรือบางคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจจะไปกระตุ้นทำให้อยากฆ่าตัวตายได้ ดังนั้น หากเป็นสิวเรื้อรังหรือรุนแรงควรจะมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด" พญ.รัศนี กล่าว
เพราะมลภาวะในปัจจุบันรวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ "ริ้วรอย" เริ่มถามหาซึ่ง ดร.นพ.เวสารัช กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดจากการทำงานที่ต้องใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้าเป็นประจำ ความเสื่อมของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การสูญเสียไขมันบนใบหน้า การสูญเสียมวลกับกระดูกอ่อนบนใบหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"การลดริ้วรอยบนใบหน้าหลักๆ คือ พยายามอย่าใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้าให้มากเกินความจำเป็น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องปกป้องผิวจากแสงแดด นอกจากนี้การรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้สีเข้มก็มีส่วนช่วยได้ แต่เครื่องดื่มเสริมคอลลาเจนไม่สามารถช่วยได้ เพราะมีโมเลกุลที่ใหญ่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้งานได้จึงถูกย่อยสลายไปหมด และควรควบคุมน้ำหนักไม่ให้ผอมเกินไป เพราะจะเกิดริ้วรอยเร็วขึ้นด้วย" ดร.นพ.เวสารัชแนะนำ
ผิวขาวใสใครก็อยากมี ดังนั้นปัญหา "ฝ้ากระ" จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจ นพ.โกวิท เล่าถึงสาเหตุของการเกิดฝ้าว่า เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากกว่าปกติ จึงเกิดเป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อนจนถึงเข้ม มักจะเกิดบริเวณหน้าผาก จมูก ริมฝีปาก แก้ม บริเวณกราม แขนด้านนอก โดยเฉพาะคนที่ขับรถที่ไม่ติดฟิล์มป้องกันรังสียูวี
"ฝ้าสามารถหายได้เองแต่ควรจะป้องกันไม่ให้เกิด โดยเฉพาะรังสียูวีเอจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า ต้องอาศัยครีมกันแดดที่บล็อกแสงยูวีเอ สำหรับการทาครีมกันแดดควรจะทา 2 มล.ก.ต่อตร.ซม. หรือ 1 กรัมทั่วใบหน้า ซึ่งคนที่เกิดฝ้าและกระส่วนใหญ่เป็นเพราะทาครีมกันแดดไม่ถูกวิธีนั่นเอง" นพ.โกวิทแจง
ในส่วนของความหมองคล้ำ นพ.วิโรจ กล่าวว่า เกิดจากการตกค้างของเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ เพราะผิวจะผลัดเซลล์จากชั้นล่างขึ้นมาชั้นบน และเมื่อเซลล์เหล่านี้ไม่สามารถหลุดลอกออกไป จึงเกิดการสะสมบริเวณชั้นผิวทำให้หน้าหมองคล้ำและริ้วรอยได้เร็ว แต่สามารถแก้ด้วยการสครับ มาสก์หน้า นวดหน้า รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต การพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียด ก็ช่วยได้



