ไลฟ์สไตล์

เชิญแจ้งความ

เชิญแจ้งความ

27 ม.ค. 2553

ผมขับรถผ่านเส้นทางหลังโรงพยาบาลวชิระ คืนวันที่ 20 มกราคม 2553 เวลาประมาณตี 1 กว่าๆ เจอด่านตรวจของ สน.สามเสน เรียกตรวจค้นและยึดบัตรประชาชนไว้

ผมให้ความร่วมมือในการตรวจค้นโดยดี เจ้าหน้าที่รื้อค้นรถข้าวของกระจุยกระจาย ตรวจเจอไวอากร้าแผงใหม่ที่เพื่อนซื้อมาฝาก ตำรวจบอกว่า เจอของผิดกฎหมายต้องยึดเป็นของกลาง
 จากนั้นนำผมไปตรวจปัสสาวะแบบกระดาษลิตมัส เพราะตำรวจบอกว่า ผมน่าจะเสพยาบ้า ผลออกมามีแถบสีม่วงขึ้นหนึ่งแถบ
 ตำรวจบอกว่าผมเข้าข่ายต้องสงสัยเสพยาบ้า ต้องไปตรวจปัสสาวะอีกครั้งที่โรงพยาบาล ผมก็ไม่ได้กลัวอะไรเพราะผมไม่เคยข้องแวะกับยาเสพติด ระหว่างนั้นตำรวจเข้ามาพูดคุยพร้อมกับบอกว่า ช่วยๆ แล้วกัน ฉี่สีม่วงโดนข้อหาเสพแน่ๆ แถมมีไวอากร้าด้วย
 ตำรวจได้ขอเงินผมที่ติดตัวมา ผมก็ให้ไปเพื่อตัดปัญหาจึงให้ไปเพื่อแลกกับบัตรประชาชนของผมที่ถูกยึดไว้ แต่แล้วก็ไม่ได้คืน ตำรวจทำบัตรประชาชนของผมหาย
 สรุปความเสียหาย
 - รถผมถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย พระเครื่องแตกหัก
 - ตำรวจขอบริจาค 500 บาท และไวอากร้าอีกหนึ่งแผง
 - ตำรวจทำบัตรประชาชนของผมหาย ทำให้เสียเวลาต้องไปแจ้งทำบัตรใหม่
 ผมมีข้อสงสัยในเรื่องของเครื่องมือทดสอบปัสสาวะและเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ มีมาตรฐานอย่างไร เกรงครับว่าจะกลายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งไปหรือเปล่า
ต้น
ตอบ
 พ.ต.ท.พรเทพ พันธุพฤกษ์ สวป.สน.สามเสน ชี้แจงว่า ด่านนี้ตั้งอยู่บนถนนขาว หลังเวลาเที่ยงคืนเป็นด่านกวดขันจราจร ป้องกันและป้องปรามยาเสพติด รวมไปถึงอาชญกรรมทุกชนิด ตามแผนและนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาล 
 สอบถามตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ทราบว่า ด่านนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจงานจราจรและงานปราบปรามร่วมกันตั้งด่านตรวจในวันนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชามีพฤติกรรมเรียกรับเงินจริงหรือไม่ ต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะในวันนั้นมีตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 10 กว่านาย
 กรณีการเรียกสุ่มตรวจผู้ต้องสงสัย ตำรวจจะใช้ดุลพินิจพิจารณาจากหลายๆ องค์ประกอบ เช่น หลังเวลาเที่ยงคืนเป็นเวลานอน คนปกติจะไม่ออกนอกบ้านถ้าไม่มีเหตุจำเป็น ผู้ต้องสงสัยมีลักษณะหน้าตาอิดโรย หลบตา ไม่สู้หน้า ใส่แว่นตาสีดำ ใส่เสื้อแขนยาว เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็น รูปร่างผอมเหมือนไม่ค่อยกินอาหาร วาจาคำพูดไม่ให้เกียรติผู้อื่น ที่สำคัญพูดเยอะ เถียงทุกเรื่อง เมื่อตำรวจพบเห็นก็ต้องเรียกตรวจค้นตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถค้นยานพาหนะได้
 ส่วนเรื่องมาตรฐานผลการตรวจปัสสาวะด้วยกระดาษลิตมัสนั้น สารวัตรพรเทพ ยอมรับว่า ผลการตรวจยืนยันไม่ได้ 100% ว่าเสพยาเสพติดหรือไม่ ตรวจสอบได้แค่เบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากผลการตรวจอาจเป็นปฏิกิริยาจากยาแก้ไอบางชนิด กรณีที่ต้องสงสัยตำรวจจะนำไปตรวจปัสสาวะอีกครั้งที่โรงพยาบาล เพื่อยืนยันผลการตรวจให้แน่ชัด
 สารวัตรพรเทพ บอกว่า เรื่องนี้จะกล่าวหากันฝ่ายเดียวไม่ได้ ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นจะต้องถูกตรวจสอบ ขอให้คุณเข้าแจ้งความได้ที่ สน.โดยตรง เพื่อยืนยันว่ามีผู้เสียหายจริง
ลุงแจ่ม