เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ "พระลักษณ์หน้าทอง"  

06 มี.ค. 2564
5.6 k
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ "พระลักษณ์หน้าทอง"  ตำรับ อ.วิโรจ โหรา ครอบหน้า-เปิดชะตาเสริมราศี  คอลัมน์...  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย... เอก อัคคี  FB :  Akeakkee Ake


“พุทธัง โอม หน้ากูเป็นทองคำอย่างพระจันทร์  จะเข้ามาสะกิดจิต และหน้าของคนทั้งหลาย สัพเพชะนา พะหูชะนา อิตถีวา ปุริโสวา สะมะณะพราหมะโณวา เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ โอม พระแลงเป็นแสงพระลักษณ์ พระฤาษี.........ฯลฯ" 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...  อ.อ๋อ บ่อทอง ผู้สืบสานลายยันต์ ตำนานผีหัวหลวง มหามนต์ตรา ยักษ์กินผีแห่งล้านนา

เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ "พระลักษณ์หน้าทอง"  

อ.วิโรจ โหรา ฆราวาส
ผู้เป็นเอกอุด้านวิชามหาเสน่ห์สายพระลักษณ์หน้าทอง

 


นี่คือ พระคาถาพระลักษณ์หน้าทองที่หลวงพ่อเอิบ ฐิตธมฺโม วัดหนองหม้อแกง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ศิษย์หลานหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์, ศิษย์หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ,ศิษย์หลวงพ่อสด วัดหางน้ำสาคร , ศิษย์หลวงพ่อผินะ วัดสนมลาว ได้ผูกพระคาถาขึ้นมาเพื่อใช้ในการร่ายมนต์ในระหว่างประกอบพิธีกรรมครอบเศียรหรือครอบหน้ากากพระลักษณ์หน้าทองหรือปลุกเสกวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง 


วิชาพระลักษ์หน้าทอง ถือว่าเป็นศาสตร์สรรพวิชาสายเมตตามหาเสน่ห์ชั้นสูง ในอดีตนั้นการครอบครูพระลักษณ์หน้าทองมีข้อกำหนดที่เคร่งครัดและมีความซับซ้อนหลายขั้นหลายตอน โดยเฉพาะผงชอล์คที่นำมาเขียนอักขระเลขยันต์นั้น จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า ในสมัยก่อนนั้นจะมีการขูดเอาเนื้อผงจากเศียรหัวโขนพระลักษณ์ที่มีความเก่าแก่ตอทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาผสมลงในดินสอพองที่บดผสมกับผงอาถรรพย์อื่นๆแล้วปั้นตากจนแห้งเพื่อนำมาเป็นชอล์คในการเขียนอักขระยันต์ 


ผงที่ขุดจากเศียรหัวโขนพระลักษณ์นี่แหละที่เขาถือว่า เป็นสุดยอดผงอาถรรพ์ของสายวิชาพระลักษณ์หน้าทอง ที่ ในวงการโขนละครร้องละครรำ เขาถือว่าเป็นผงเสน่ห์ ผงวิเศษ สามารถนำมาผสมเจิมหน้าเจิมตาหรือนำมาผสมกับแป้งผัดหน้าได้ หรือมาเขียนพระคาถาพระลักษณ์หน้าทองก็จะยิ่งเพิ่มพลานุภาพ เป็นผงวิเศษที่มีอำนาจเมตตามหานิยมอย่างสูงส่ง 


เพราะถือว่าได้ผงที่เป็นของสมมุติแทนองค์พระลักษณ์และมาจากพระพักตร์ท่านโดย ตรงอีกด้วย แต่การจะขูดเอาผงหน้าพระลักษณ์มาได้นั้นไม่ใช่ว่าใครนึกจะไปขูดเอาก็ไปขูดได้เพราะบอกแล้วว่าเป็นผงอาถรรพย์จากเศียรเก่าระดับบรมครู ย่อมมีแรงครูแรงอาถรรพย์เฉพาะตนอยู่ ใครไม่รู้เคล็ดอาจจะเสร็จจบไม่สวย-ซวยหนักกว่าเดิม

 

เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ "พระลักษณ์หน้าทอง"  

หน้ากากพระลักษณ์หน้าทอง ลงอักขระเลขยันต์ด้วยชอล์คอาถรรพ์

 


ครูบาอาจารย์ผมบอกว่า การขูดผงหน้าพระลักษณ์นั้นต้องรู้วิธีรู้พิธีกรรมขั้นตอน อาทิเช่น 
๑. ห้ามเข้าไปขูดผงต่อหน้าพระลักษณ์โดยตรงต้องเข้าไปข้าง ๆ ต้องขูดผงจากข้างซ้ายหรือขวาก็ได้ (แต่ผมไม่บอกหรอกว่าจะต้องขูดผงจากด้านนอกหรือด้านในหัวโขน) 

 

๒.ต้องมีการตั้งบายศรี ตั้งเครื่อง บวงสรวง กราบขอขมาขออนุญาตครูบาอาจารย์และพระลักษณ์ก่อนจึงทำการขูดเอาผงพระลักษณ์หน้าทองออกมาได้ 

 

๓.เป็นของ มงคลหากไปทำผิดครูเข้าอาจเกิดอาการทางท้อง หรือไม่สบาย หรือประสบอาถรรพณ์อย่างหนึ่งอย่างใดได้ ที่ชาวโขนละครเรียกกันว่า ผิดครู

 

และยังมีอีกหลายขั้นตอน แต่เอาเป็นว่า ผงจากเศียรครูพระลักษณ์หน้าทอง ที่ขูดออกมาถูกต้องตามพิธีกรรมนั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผงผสมชอล์คเขียนอักขระยันต์เท่านั้นเอง ยังมีรายละเอียดต่างๆอีกมากมาย เอาเป็นว่า ถ้าใครได้มีโอกาสครอบเศรียรพระลักษณ์หรือครอบหน้ากากพระพักต์พระลักษณ์หน้าทองจากครูบาอาจารย์ที่ร่ำเรียนวิชานี้มา ก็ต้องบอกว่า ท่านโชคดีแล้วที่ได้รับโอกาสดีๆเป็นมงคลกับชีวิตและโชคดีแล้วที่ได้รับพลังวิเศษทางด้านเมตตามหานิยม


เพราะสรรพวิชาพระลักษณ์หน้าทองนี้ เป็นวิชาสายเมตตามหานิยมที่มีอานุภาพสูงส่ง เป็นสายวิชาที่ปกปิดกันมากเพราะเป็นที่หวงแหนของครูบาอาจารย์ในสมัยก่อนที่ไม่ค่อยจะถ่ายทอดให้ใครง่ายๆและในแต่ละสายสำนักก็มีเคล็ดวิชาที่แตกต่างกันออกไป  บางสำนักก็ใช้เสกแป้งสำหรับทาหน้าทาตัว บางสำนักก็ใช้ลงอักขระบนแผ่นทองคำเปลวเพื่อใช้ปิดหน้า หรือใช้ผสมลงไปในมวลสารอื่นๆ หรือใช้ลงอักขณะในเศียรพระลักษณ์หรือในหน้ากากพระลักษณ์เพื่อใช้ครอบให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหา 


ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ร่ำเรียนวิชาพระลักษณ์หน้าทองมาอย่างช่ำชองและใช้ได้ผลจริงเป็นที่ประจักษ์ก็คือ อ.วิโรจ โหรา อาจารย์ฆราวาส/นักโหราศาสตร์ที่ร่ำเรียนวิชามาจากสายสำนักวัดสะพานสูง เมืองนนทบุรีและอีกหลากหลายสำนัก ซึ่งวิชาไสยเวทด้านเมตตามหาเสน่ห์ของอาจารย์วิโรจ โหรา นั้นถือเป็นวิชาสายขลังมหาเวทย์ที่หาได้ยากและเก่าแก่ที่สุด มีเมตตาสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นวิชาจิ้งจกมหาเสน่ห์,วิชาลงนะ หน้าทอง หรือวิชาพระลักษณ์หน้าทอง 


แต่การใช้วิชาพระลักษณ์หน้าทองของวิโรจ โหรา นั้น ถือว่าถูกธาตุถูกจริตถูกที่ถูกทางเพราะบางอาจารย์ใช้แล้วไม่ขลัง เรียกว่า ไม่ขึ้นมือ แต่ของอาจารย์วิโรจนี่ไม่ธรรมดา...แรงจริง

 

เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ "พระลักษณ์หน้าทอง"  

ผู้เขียนขณะให้ อ.วิโรจ ทำพิธีครอบหน้ากากพระลักษณ์หน้าทอง


เพราะว่าผมเองเคยเจอประสบการณ์ด้วยตัวเอง ผู้ที่ได้รับพลังจากวิชาพระลักษณ์หน้าทองที่ผ่านการครอบเศียร ครอบหน้าหากพระลักษณ์หรือนำวัตถุมงคลที่ลงพระคาถาพระลักษณ์หน้าทองของท่านไปใช้ต่างบอกตรงกันว่า ขลังไม่เป็นสองรองใคร เสริงสง่าราศีให้เป็นผู้ที่มีเสน่ห์เมตตามหานิยมเสริงโชควาสนา ช่วยให้มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู บังเกิดความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตอย่างสูงสุด ความน่าอัศจรรย์ของวิชาพระลักษณ์หน้าทองจึงนับว่าสูงส่งยิ่งนัก
 

อาจารย์วิโรจ โหรา เล่าใฟ้ฟังว่า ท่านเรียนวิชาพระลักษณ์หน้าทองมาจากหลายสำนักหลายอาจารย์ เพราะสนใจวิชานี่มาก ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สุนทร เจ้าของตำรับวิชา นะ หน้าทอง วิชาเป่าทอง ท่านก็สอนให้ แต่ที่เด่นมากๆคือจากพระอาจารย์แว่น วัดสะพานสูง ที่ใช้เวลาอดทนรอคอยนานประมาณ ๘ ปี กว่าที่พระอาจารย์แว่นจะยอมสอนเคล็ดวิชาให้เป็นพิเศษและตนเองก็นำเคล็ดลักจากทุกอาจารย์ที่ไปร่ำเรียนมาปรับใช้จนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกพลังจิตและเคล็ดวิชาในการเดินธาตุ ต้องฝึกฝนอยู่เป็นประจำเพื่อให้พลังคงที่และสามารถช่วยคนอื่นได้เต็มที่


“เคล็ดวิชานี้ เราต้องฝึกจิตของเรา ต้องเดินธาตุให้สม่ำเสมอ เหมือนการชาร์ตแบตตารี่ที่มีพลังไฟฟ้าเต็มอยู่ตลอดเวลา เมื่อจะใช้ก็สามารถปล่อยพลังได้เต็มไม่ขาดตกบกพร่อง ผมเองเป็นนักโหราศาสตร์ด้วย เมื่อเราดูดวงชะตาราศีให้คนที่เขามีความทุกข์มีความเดือดเนื้อร้อนใจ เราก็อยากให้ความช่วยเหลือเขามากกว่าแค่ดูดวงชะตา ทำนานทายทักไป แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ผมอยากทำมากกว่านั้น อยากช่วยเหลือมากกว่านั้น จึงพบว่า วิชาพระลักษณ์หน้าทองนี้แหละเป็นคำตอบที่ช่วยให้เขามีคนรักมีคนเมตตามากขึ้น ผ่านพ้นเคราะห์ร้ายความทุกข์ความโศกไปได้ อย่างน้อยก็พอบรรเทาจากหนักให้กลายเป็นเบาได้บ้าง นั้นคือเหตุผลที่ผมเลือกใช้วิชานี้ในการช่วยคนที่มาหา"


เพราะจากการที่เรียนวิชาโหราศาสตร์มา มันมีวิชา ๗ ตัว ๙ ฐาน ซึ่งมีหลักการสำคัญเมื่อเราเรียนลงไปลึกๆพบว่า มันมีฐานสำคัญคือ ฐาน ๑๖ หรือว่าฐานโสฬส ซึ่งเป็นวิชาที่ตรงกับทางวัดสะพานสูง คือ วิชามงคลโสฬสของหลวงปู่เอี่ยม ปรมาจารย์ของสำนักวัดสะพานสูง  ที่ใครสำเร็จวิชานี้สามารถใช้วิชานี้ช่วยคนให้มีกินไม่มีอดและเป็นอักขระยันต์ขั้นสูงที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แม้แต่การผูกดวงบ้านดวงเมืองก็ใช้ยันต์โสฬส  เมื่อต้องการไปเรียนวิชาการใช้ยันต์โสฬสที่วัดสะพานสูงก็เลยได้มีโอกาสเรียนวิชาอื่นๆด้วยทั้งวิชาการใช้ตัวนะ อย่างนะมีเงิน นะเรียกทรัพย์ นะเฑาะว์ รวมไปถึงวิชาพระลักษณ์หน้าทองด้วย จึงนำมาปรับใช้จนกลายเป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง

 

เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ "พระลักษณ์หน้าทอง"  

พลังแห่งมนตรามหาเสน่ห์ที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งโบราณ

 


“ผมใช้วิชานี้ในการช่วยเหลือผู้คนมาตลอด บางคนก็ขอให้ลงนะหน้าทองให้ บางคนก็ขอให้ครอบเศียรพระลักษณ์ให้ บางคนก็ขอให้ครอบหน้ากากพระลักษณ์ให้ ผมก็ไม่ขัดศรัทธาใคร ช่วยอะไรได้ผมก็ช่วย ไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์อะไร ยกเว้นค่ายกขันพานครูตามทำเนียมแต่ครั้งโบราณมา ค่ามาลัยดอกไม้ หมากพลูก็ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย การได้ช่วยคนที่ทุกข์มาก็เหมือนคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น ผมพอจะมีน้ำในขัน เราก็หยิบยื่นให้ไปครับ"


….............


สำหรับตำนานของวิชาพระลักษณ์หน้าทองนั้น มีบันทึกว่ามาจากเรื่องรามเกียรติ์ ในท้องเรื่องรามเกียรติ์นั้นพระรามมีพี่น้องทั้งหมด๔ คน คนที่สนิทที่สุดคือพระลักษณ์ ตัวพระรามนั้นเป็นนารายณ์อวตาร ร่างมีสีเขียว ส่วนพระลักษณ์นั้นเป็นองค์พญาอนันตนาคราช มาเกิดเพื่อช่วยเหลือพระรามในการสังหารอสูร มีร่างกายสีทอง 

 

ทั้งนี้เนื่องจากองค์พญานาคอนันตนาคราชแต่เดิมนั้นก็มีเกล็ดเป็นทองคำทั้งร่าง เมื่อกลับชาติมาเกิดเป็นพระลักษณ์ก็มีการทองตามไปด้วย กล่าวถึงลักษณะพระลักษณ์นั้นมีการกล่าวคำบรรยายว่า หนึ่งพักตร์ สองกร มีพระพักตร์เป็นสีทองคำ ใส่มงกุฎยอดแหลม อยู่ในพงศ์พันธุ์แห่งองค์นารายณ์อวตาร เรียกสั้น ๆ ว่า “นารายณ์พงศ์”

 

พระลักษณ์ในเรื่องรามเกียรติ์เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญชาญชัย ซื่อสัตย์ต่อองค์พระรามด้วยชีวิต ดังจะเห็นได้ว่าครั้งหนึ่งอสูรนามว่ากุมภกัณฑ์มีหอกโมกขศักดิ์เป็นอาวุธ เมื่อได้ทีจะพุ่งใส่พระราม แต่พระลักษณ์ออกมารับแทนจนโดนฤทธิ์ของหอกโมกศักดิ์เจ็บเจียนตาย เกือบไม่รอด นี่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ ความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อองค์พระรามผู้พี่อย่างยากที่จะหาใครมาเปรียบได้ นอกจากนี้พระลักษณ์ยังเป็นผู้มีจิตใจเยือกเย็น คอยคิดคอยช่วยเหลือพระรามโดยตลอด 


อีกทั้งพระลักษณ์เป็นผู้ที่มีบุญบารมีไม่ธรรมดาเพราะครั้งที่มีการแข่งขันยกมหาคันศรเพื่อเสี่ยงทายว่าผู้ใดที่ยกได้จะได้นางสีดาไปเป็นภรรยา เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามาแข่งขันเพื่อจะยกก็หาใครยกไม่ได้ พอพระลักษณ์มาลองยกก็ทำท่าว่าจะยกได้แต่ด้วยรู้ว่าพี่ชายคือพระรามนั้นรักนางสีดาอยู่ ก็เลยขอสละสิทธิ์ให้พระรามมายก ปรากฏว่าพระรามก็ยกได้และได้นางสีดาไปครอง


นับเป็นอีกครั้งที่พระลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ อีกทั้งยังแสดงให้เห็น ถึงบุญบารมีของพระลักษณ์ว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน ในเรื่องรามเกียรติ์พระลักษณ์มีอาวุธเป็นพระขรรค์กายสิทธิ์เรื่องการได้ อาวุธคู่บารมีของพระลักษณ์นั้นก็เป็นด้วยบุญของพระลักษณ์เช่นกัน 

 

เล่าว่าก่อนหน้านั้นมีอสูรตนหนึ่งภาวนาขอพรจากพระเป็นเจ้าเมื่อบำเพ็ญตบะจน แก่กล้าพระเป็นเจ้าก็ประทานพรให้ อสูรขออาวุธวิเศษพระเป็นเจ้าก็บันดาลให้เกิดพระขรรค์แก้วร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า แต่ด้วยกรรมบังตาอสูรเกิดความไม่พอใจคิดว่าพระเป็นเจ้าหมิ่นเกียรติตนเองจึง เขวี้ยงพระขรรค์ลงมาเช่นนี้ อสูรจึงทิ้งพระขรรค์นั้นไป  ต่อมาพระลักษณ์เดินทางมาถึงพบพระขรรค์วิเศษทิ้งเอาไว้ พระลักษณ์ลองนำมากวัดแกว่งดูปรากฏว่าสะท้านสะเทือนไปทั้งสามโลก อสูรตนดังกล่าวรู้ว่าเป็นฤทธิ์อำนาจจากพระขรรค์ที่ตนบำเพ็ญตบะจึงจะมาเอา คืน ต่อสู้ด้วยกับพระลักษณ์ พระลักษณ์จึงได้ใช้พระขรรค์วิเศษฟันตัวอสูรจนขาดเป็นสองท่อน อสูรนั้นก็ถึงแก่ความตาย 

 

คือจะว่าไปแล้วในตำนานเรื่องพระลักษณ์จากรามเกียรติ์นั้นมีด้วยกันหายตอนแม้ว่าจะไม่มีบทบาท มากเท่าพระรามแต่ก็เป็นบุคคลสำคัญที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี แต่ที่สำคัญคือด้วยการที่พระลักษณ์ในกายทอง องค์พระลักษณ์จึงเป็นผู้ที่มีเสน่ห์เมตตามหานิยมสูงมาแต่กำเนิด ทั้งคำว่าลักษณ์ ยังเป็นคำเสียงใกล้เคียงกับคำว่า “รัก”ที่ถือว่า เป็นสิ่งที่ใครๆก็ปราถนา

 

ดังนั้น นามพระลักษณ์หน้าทองนี้จึงเป็นตัวแทนแห่งเสน่ห์เมตตามหานิยมได้เป็นอย่างดีที่สุด และในสายวิชาทางไสยศาสตร์ ไสยเวทแบบพุทธผสมพราหมณ์ไทยๆเรา ซึ่งรับอิทธิพลมาจากคัมภีร์ของพราหมณ์-ฮินดู ก็ได้นำเอาตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์มาปรับใช้เป็นครูในสายวิชา อย่าง หนุมาน ,พระรามหรือพระนารายณ์ อาทิ วิชานารายณ์แปลงรูป วิชานารายณ์ตรึงไตรภพ ฯลฯ ซึ่งมักเป็นครูในสายวิชาทางการรบทัพจับศึก คงกระพันชาตรี 

 

ส่วนพระลักษณ์ผู้น้องที่มีร่างเป็นทองคำนั้นก็เป็นครูสายวิชาเสน่ห์เมตตามหา นิยม พระรามและพระลักษณ์จึงเปรียบเหมือนพลังคู่หยินหยาง พระรามหรือพระนารายณ์เป็นอำนาจประดุจพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน พระลักษณ์เป็นอำนาจประดุจพระจันทร์เต็มดวงยามเที่ยงคืน ที่เยือกเย็นเป็นเสน่ห์อันสุดประมาณมิได้

 

และนี่คือที่มาแห่งวิชาพระลักษณ์หน้าทอง ที่ได้รับความนิยมสืบเนื่องมาจากยาวนานจวบจนปัจจุบันและสำหรับผู้ที่สนใจจะให้อาจารย์วิโรจ โหรา ลงนะหน้าทองหรือว่าครอบเศียร,ครอบหน้ากากพระลักษณ์หน้าทอง ก็ลองติดต่อสอบถามท่านเอาเองที่หมายเลขโทรศัพย์๐๙๔๔๒๕๙๐๙๙ หรือไปหาท่านได้ที่วัดสุทธาราม ซอยตากสิน 19 เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์