
คนป่วยยิ้ม ลิ้มรสอาหาร 5 ดาว
ด้วยรสชาติอาหารจืดชืดและหน้าตาแสนจำเจที่รู้จักกันในนาม "อาหารโรงพยาบาล" คงทำให้บรรดาผู้ป่วยและเหล่าญาติๆ ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเบื่อหน่าย แต่เวลานี้ทุกคนอาจต้องเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่แล้ว เพราะที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เปิดตัวโครงการ "อาหารไทยจานอ
โดยโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ได้แก่ ปทุมวัน ปริ๊นเซส, ดุสิต ธานี กรุงเทพฯ, โซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์, บันยัน ทรี พลาซ่า แอทธินี, แพน แปซิฟิก, อมารี บลูเลอวาร์ด, สวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด, คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท, เจดับบลิว แมริออท และโซเด็กซ์โซ่ ผู้ให้บริการอาหารผู้ป่วยของโรงพยาบาล โดยตลอดระยะเวลา 12 เดือน จะมีการหมุนเวียนไปเรื่อยๆ โรงแรมละ 1 เดือน จำนวน 1,500 มื้อต่อวัน โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
แมค แบนเนอร์ ผู้อำนวยการด้านบริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์สัญชาติอเมริกัน กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า โดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบอาหารที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดียที่จะสรรค์สร้างอาหารรสชาติอร่อยและเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้แก่ผู้ป่วยที่มาใช้บริการ เพื่อไม่ให้พวกเขาเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตและสุขภายกายที่ดีขึ้นด้วย จึงเริ่มเชิญเชฟจากโรงแรมต่างๆ มาคิดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อนำมาสอนให้แก่เชฟที่โรงพยาบาลจนขยายเป็นโครงการขึ้นในเวลาต่อมา
"ผมคิดว่าไอเดียนี้เกิดที่โรงพยาบาลนี้เป็นครั้งแรกของโลก เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้ครึ่งหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ เราจึงต้องหาเมนูอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ทุกชาติสามารถทานได้อย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราเคยทำอาหารสปา (Spa food) ให้แก่ผู้ป่วยแต่ก็ไม่ได้รับความนิยม เราจึงมั่นใจว่านอกจากคุณค่าทางโภชนาการที่ต้องมีแล้ว รสชาติก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยเช่นกัน และจากการสำรวจร้านอาหารไทยในต่างประเทศกว่า 500 แห่ง พบว่าอาหารไทยเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมาก เราจึงมั่นใจว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยทุกชาติได้จริงๆ" ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ กล่าว
ด้าน วิวแมน ลีออง เชฟดังชาวสิงคโปร์จากโรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด แนะนำอาหารสูตรพิเศษจากไอเดียส่วนตัวว่า เมนูที่นำมาเสนอในครั้งนี้มีทั้งหมด 4 ภาค ได้แก่ ข้าวซอยกุ้งของภาคเหนือ ข้าวยำปลาทูของภาคใต้ หมูคำหวานของภาคกลาง และลาบกับข้าวเหนียวดำของภาคอีสาน เมนูทั้งหมดนี้เกิดจากความชอบส่วนตัวในอาหารแต่ละภาค แล้วนำมาผสมผสานความโมเดิร์นเพิ่มขึ้นมา ทำให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ดูเผินๆ หน้าตาอาจคล้ายอาหารฝรั่งเศสที่ต้องกินทีละคำ แต่รสชาติรับรองว่าเป็นอาหารไทยแน่นอน
"ส่วนผสมที่ใช้นั้นก็พยายามหาแต่ส่วนผสมที่ทำจากสมุนไพรธรรมชาติเพื่อสุขภาพจริงๆ เช่น ข้าวซอยก็ไม่ใช้กะทิแต่เปลี่ยนเป็นนมพร่องมันเนยแทน มายองเนสก็เปลี่ยนจากน้ำมันพืชธรรมดาเป็นน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันที่มีแคลอรีต่ำกว่า จากนั้นก็นำมาผ่านกรรมวิธีนึ่งและต้มเท่านั้น จะไม่ใช้การทอดด้วยน้ำมันเด็ดขาด ส่วนพริกก็ใส่บ้างแต่ไม่มาก รสชาติจะพยายามไม่ให้หวาน เปรี้ยว หรือเผ็ดเกินไป ส่วนสีสันก็จะต้องเน้นความน่ารับประทานเป็นสำคัญ เชื่อว่าเมนูทั้งหมดนี้ ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นโรคอะไร แต่ร้อยละ 80 สามารถทานได้อย่างแน่นอน" เชฟชาวสิงคโปร์กล่าว
ใครจะเชื่อว่าโรงพยาบาลกับมหกรรมอาหารชั้นเลิศจะเข้ากันได้ถึงเพียงนี้ แหม...ช่างคิดเอาใจคนรักสุขภาพจริงๆ
เรื่อง... "ประณีต วรรณวิภูษิต"



