ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-หมากับคน (I)

เล่นหูเล่นตา-หมากับคน (I)

24 ม.ค. 2553

“ว้าย…ไปทางโน้น…อย่าตามฉันมานะ!”

 ฉันโวยวายเหมือนถูกใครไล่ฆ่า เพราะเจ้าหมามีชาติ (ตระกูล) ทั้งพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ตัวอ้วนเหมือนหมอนข้างที่ถูกยัดนุ่นจนตะเข็บปริ และลาบราดอร์หน้าหล่อหุ่นล่ำที่กำลังวิ่งไล่ตะกุยหลังเพื่อแย่งท่อนไม้ในมือฉัน…ตลอดชีวิตก็ใช้วิธีหมาหมู่มาโดยตลอดแต่ต้องมาเจอหมาจริงๆ เข้า เจ๊กแบบฉันเลยวิ่งหนีจนขาขวิด…แน่จริงตัวๆ สิวะ!

 ฉันขว้างท่อนไม้ออกไปไกล แม่มะลิและลูกชายกำลังหนุ่มอีก 2 ตัว วิ่งยกฝูงไปตามหาของเล่นของพวกมัน ฉันหยุดหอบและมองไปรอบตัว บ้านหลังน้อยที่สร้างบนเนินเขาเป็นขั้นบันได (แบบที่คนชาวเขา เขาทำไร่ชากัน) ในจังหวัดเชียงราย พืชหลากชนิดถูกนำมาปลูกคลุมดินมีทั้งกินได้ เช่น สตรอเบอร์รี่, ร็อคเก็ต, โหระพา, มะเขือม่วง, ผักสลัด ฯลฯ ที่เจ้าของบ้านปลูกเองกับมือ และกินไม่ได้แต่สวยเหลือเกิน …  ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่แพนโดร่ากับชาวนาวีแบบในหนังอวตาร ดินแดนในฝันก็อยู่แค่ตรงหน้า…

 ไอหมอกสีขาวขุ่นกระจายหม่นอยู่รอบตัวเหมือนมุ้งอันใหญ่ที่ใครเอามาคลุมบ้านนี้ไว้ เขาเขียว 3-4 ลูกกอดคอกันโอบบ้านไว้เหมือนอ้อมกอดอุ่นๆ ที่คอยปกป้องคุมทับ…

 ฉันสูดกลิ่นดินหอมๆ เปลือกไม้แห้งๆ และต้นไม้ใบหญ้าที่คายความชื้นออกมา หลับตาแล้วปล่อยใจไป ทิ้งเวลาไว้จนกว่าธรรมชาติจะยอมรับฉันให้เข้าไปสัมผัสมันอย่างแท้จริง นี่คือวิธีเข้าสู่วิถีแห่งธรรมชาติในแบบของฉัน…

 ในโลกสีเขียวอันยิ่งใหญ่ มนุษย์เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ต้องนอบน้อมและยอมรับในกฎของธรรมชาติมากกว่าจะฝืนธรรมชาติให้ยอมรับเรา…เพราะในที่สุดมนุษย์เองนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ

 ไม่นานเจ้าหมา 3 ตัว ก็กลับมาหาเจ้าของมัน “น้องอ้อน” สาวสวยเจ้าของบ้าน มันคาบท่อนไม้เปื้อนน้ำลายข้นเยิ้มไว้แล้วยืนจ้องหน้าเจ้าของร้องขอให้เล่นกับมัน น้องอ้อนขว้างท่อนไม้ออกไปในพุ่มไม้นอกรั้ว พวกมันก็ยังดั้นด้นลงทางลาดชันมุดตะลุยลอดรูเล็กๆ เพื่อตามหาของเล่นต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 “มันเป็นหมาบ้าพลังค่ะพี่” เจ้าของบ้านส่งเสียงนุ่มและยิ้มหวานจนคนฟังไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ น่าเสียดายแทนผู้โดยสารเครื่องบินทั้งเจแปนแอร์ไลน์และการบินไทย (ที่ทำงานเก่าของเธอ) ที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มและน้ำเสียงนั้นมาหลายปีแล้ว

 “ทำไมเลี้ยงไว้ 3 ตัว” ฉันถาม

 “ทีแรกก็มีตัวเดียว เป็นตัวเมียพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชื่อ มะลิ พออายุได้ 6 เดือน ก็ถูกหนุ่มข้างบ้านพันธุ์ลาบราดอร์ที่แอบซุ่มเล็งไว้นานแล้วปล้ำเอา  ก็เลยมีลูกเป็นลาบราดอร์ตัวผู้อีก 2 ตัว ชื่อ บราว์นี่ กับ  สโนว์ค่ะ…”

 อือ…มีผัวโดยประมาทนี่เอง! ไม่ได้เผลอตัว แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว การมีผัวโดยประมาทมีผลข้างเคียงคือ จะได้เป็นแม่โดยประมาทเป็นของแถม ฉันเห็นเด็กวัยรุ่นบางคนอุ้มลูกแดงซ้อนแมงกาไซค์ผัวพาลูกไปฉีดวัคซีน…เห็นแล้วแอบถอนหายใจจะรีบเป็นแม่กันไปถึงไหน เป็นเมียให้สาแก่ใจไปก่อนได้มั้ย? หาผัวที่ดีว่ายากแล้ว หาพ่อดีๆ ให้ลูกยิ่งยากกว่า…

 และแม้ว่าแม่มะลิจะมีผัวโดยประมาทและเป็นแม่โดยไม่รู้ตัว จู่ๆ ก็ท้องไม่มีพ่อก็ยังโชคดีที่เจ้าของผู้ใจดีไม่ว่ากระไร ถ้าเป็นคนคงเรื่องใหญ่ หมามันพูดไม่ได้ ฟังภาษาคนก็ไม่รู้เรื่อง (นัก) นับว่าเป็นบุญของมัน จะได้ไม่ต้องฟังคำติฉินนินทาหรือถูกพิพากษาจากคนรอบข้างแบบที่คนในสังคมเขาเป็นกันทั้งซึ่งหน้าและในเน็ต

 หมาดอยทั้ง 3 ตัว สุขภาพดีทั้งกายและใจ พวกมันกระโดดโลดเต้นสุดฤทธิ์ ทำทุกอย่างขั้นสุดของหมาที่จะทำได้ โดยไม่ต้องถูกล่ามโซ่ ไม่ต้องอยู่ในกรง มันอยู่กับคำว่า “อิสรภาพ” วันทั้งวันเอาแต่เล่นซน วิ่งไล่เก็บท่อนไม้ ไต่ภูเขา ว่ายน้ำกับฝูงปลาในแม่น้ำที่ท่าน้ำหลังบ้าน ถ้ามีแข่งขันไตรกีฬาหมา พวกมันคงเป็นแชมป์หลายสมัย ถึงเวลาก็มากินอาหารและเข้านอนใกล้ๆ เจ้าของ ถ้ามันเป็นคนพวกมันคงเป็นลูกคนรวยอยู่บ้านที่มีบริเวณกว้างขวาง พ่อแม่รักเข้าใจ และมีเวลาให้เพราะน้องอ้อนทำงานอยู่ “ภูใจใสรีสอร์ทและสปา” ซึ่งอยู่ใกล้กันแค่ 5 นาที…

 ฉันใช้เวลาคุยกับน้องอ้อนและดูปาหี่ของเจ้าหมาบ้าพลัง 3 ตัวอยู่ร่วมชั่วโมง จึงลากลับพร้อมของฝากจากเจ้าของบ้านเป็นผักสดเก็บจากแปลงผักที่ปลูกเอง…

 “บราว์นี่…วินเนอร์…”

 เสียงน้องสาวฉันร้องทักหมาพันธุ์ลาบราดอร์ 2 ตัวที่เลี้ยงไว้ในบ้านทันทีที่กลับมาถึง…เสียงโซ่ขูดกับประตูเหล็กและเสียงเห่าของพวกมันดังหนวกหูพอกัน มันตะกุยตะกายด้วยความดีใจก่อนเห็นตัวเจ้าของมันเสียอีก

 ทันทีที่น้องสาวฉันเดินเข้าไปหา ลูบหัวลูบหลังมัน มันก็กระโจนขึ้นยืนแล้วเอาหัวซบลงที่อกเหมือนเด็กน้อยที่รอคอยแม่กลับมาโอ๋ ทั้งๆ ที่มันตัวโตยังกะลูกม้า…

 มันชื่อวินเนอร์ อายุ 2 ขวบ ขณะที่เจ้าบราว์นี่สีน้ำตาล หมาเด็ก 4 เดือน ก็เห่าเรียกร้องความสนใจอยู่ใกล้ๆ ด้วยความอิจฉา พวกมันถูกผูกไว้หลังบ้านเวลาที่น้องสาวของฉันออกไปเปิดร้านเพื่อขายอาหารตั้งแต่เช้าถึงดึก แต่ก็จะแวะกลับมาให้อาหารเย็นพวกมันก่อนกลับไปที่ร้านอีกครั้ง หลังปิดร้านแล้วกลับมาบ้านก็จะจูงพวกมันออกไปขับถ่ายและยืดเส้นยืดสายนอกบ้าน เพราะในบ้านไม่มีบริเวณให้มันวิ่ง ความซนของมันไม่ไกลไปกว่าสายจูง ขั้นสุดของหมามันไม่มีทางได้ไปถึง อาณาเขตของมันอยู่แคบแค่หลังบ้าน คำว่า “อิสรภาพ” ช่างอยู่ไกลเกินฝัน มันไม่เคยวิ่งไล่เก็บท่อนไม้ ไต่ภูเขา หรือ ว่ายน้ำแบบที่หมาภูเขา 3 ตัวนั้นได้ทำ บ้านที่มันอยู่เป็นเพียงบ้านหลังเล็กในบริเวณจำกัด ที่กินและนอนมันจึงอยู่ที่เดียวกัน...

 หลังบ้าน ถ้ามันเป็นคนมันคงเป็นลูกคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ ที่พ่อแม่รัก เข้าใจ แต่ไม่ค่อยมีเวลาให้เพราะต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียว ความแตกต่างของหมาก็สะท้อนความเป็นมาของคน…

 โปรดติดตามตอนต่อไป

เจนนิเฟอร์ คิ้ม