
สัมผัสมนต์เสน่ห์วังน้ำเขียวชมดอกไม้งามกลางหุบเขา
หากหลับตานึกถึงภาพของพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อ 15 ปีก่อน จะเต็มไปด้วยไร่มันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด แต่หลังจากมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี (ปี 2539-2540) ที่นัดไปประชุมที่ อ.วังน้ำเขียว
ทำให้พื้นที่ อ.วังเขียว เปลี่ยนโฉมใหม่ชนิดที่เรียกว่าจากหลังมือเป็นหน้ามือ จะเห็นได้จากพื้นที่หลายแห่ง จากเดิมที่เป็นไร่มันสำปะหลังและไร่ข้าวโพด ก็กลายเป็นแปลงดอกไม้เบญจมาศของชาวบ้านที่รวมกลุ่มปลูกขึ้นมา ทั้งรายย่อยและปานกลาง ชูช่อดอกบ้านสะพรั่งเต็มไปหมด โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ไทยสมัคคี มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวังน้ำเขียว ที่ถูกเปรียบเสมือนสวิตเซอร์แลนด์แห่งอีสาน
ขณะที่บ้านเรือน จากอดีตที่เคยเป็นกระต๊อบ หรือบ้านเรือนเล็ก เพื่อที่เป็นอยู่อาศัยของเกษตรกร ก็กลายเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ประยุกต์เป็นโฮมสเตย์ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวที่หลังไหลเข้าสู่พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว และอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ดินของชาวบ้านกลายเป็นของนายทุน ที่สร้างสวนเกษตรขนาดใหญ่ และรีสอร์ทที่ถูกปลูกขึ้นราวดอกเห็ดตลอดทั้งสองฟากฝั่งถนน ไม่ว่าจะเป็นสายกบินทร์บุรี-ปักธงชัย และสายวังน้ำเขียว-ปากช่อง
วีระชล ทองจีระ เกษตรกรอำเภอวังน้ำเขียว บอกว่า ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ส่วนใหญ่เป็นภูเขาล้อมรอบ มีพื้นที่การเกษตรราว 1.8-2 แสนไร่ เดิมทีเกษตรกรจะปลูกข้าวโพด และมันสำปะหลัง เป็นหลัก รายได้ของเกษตรกรไม่ค่อยดีนัก แต่ปัจจุบันเกษตรกรส่วนหนึ่งหันไปปลูกไม้ดอก จำพวกเบญจมาศ เนื่องจากรายได้ดี และสามารถปลูกได้ปีละถึง 3 รุ่น ปลูกกล้วยไม้ อีกส่วนหนึ่งปลูกผักอินทรีย์ ปลูกองุ่น พุทราน้ำนม ขณะที่เขตรอบนอกก็ยังมีปลูกมันสำปะหลัง และทำไร่ข้าวโพดอยู่เหมือนเดิม
"พูดถึงเงินสะพัดในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จะมาจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละปีมีจำนวนมาก มาใช้จ่ายทั้งค่าที่พัก อาหาร ของฝาก สินค้าเกษตร และเงินสะพัดอีกส่วนหนึ่งมาจากภาคเกษตร ซึ่งตอนนี้มีทั้งรายย่อย และรายใหญ่ที่เป็นของเอกชนต่างถิ่นมาซื้อที่ปลูกหน้าวัว องุ่นรับประทานผล และองุ่นทำไวน์ ที่น่าสนมีไม้ผลชนิดหนึ่งคือพุทราน้ำนม มีเกษตรกรปลูกราว 300 ไร่ ผลโต รสชาติดี หวานกรอบ ผมว่ารสชาติดีกว่าทางภาคเหนือครับ" วีระชล กล่าว
จากความหลากหลายในพื้นที่การเกษตรของ อ.วังน้ำเขียว ทางโต๊ะข่าวเกษตร "คม ชัด ลึก" ได้จัดโครงการเกษตรทัศนศึกษา หรือท่องโลกเกษตร ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ เลือกพื้นที่ดูงานด้านการเกษตรผสมผสานกับโปรแกรมพักผ่อนในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ดูไร่เมลอนเงินล้าน ต่อด้วยไร่พีบีวัลเล่ย์ ที่ อ.ปากช่อง และสุดท้ายในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว
สำหรับพื้นที่ อ.วังน้ำเขียวนั้น เราเลือกพื้นที่ 4 แห่งด้วยกัน จุดแรกคือ สวนสุชาดา อยู่ริมถนนสายวังน้ำเขียว-ปากช่อง บ้านดินอุดม ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว สวนแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 40 ไร่ เป็นสวนองุ่นไร้เมล็ดพันธุ์แบล็กโอปอ 20 ไร่ แปลงปลูกดอกหน้าวัวตัดดอกขายในพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่ง มาลี ประสานทรัพย์ ผู้จัดการสวนสุชาดา บอกว่า ปลูกมากว่า 10 ปีแล้ว มีดอกหน้าวัวหลายพันธุ์ อาทิ ดอกขาวเปียงโก, อโก, ซันเต้สวิส และฮาร์ดเชอร์รี่ ส่วนดอกแดงมีพันธุ์ท็อบปิคอล และแดงอลิสซิส ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มาจากเนเธอร์แลนด์ แต่ปัจจุบันดอกหน้าวัวอายุมากแล้ว ผลผลิตเริ่มน้อยลง และปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ 1 ไร่ พื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นสระน้ำ ล่าสุดทางสวนได้ปรับโฉมใหม่ทำเป็นรีสอร์ท มีทั้งหมด 40 หลัง
"แรกๆ เราเน้นที่ดอกหน้าวัวที่นี่ตัดดอกขาย เพราะมีตลาดหลักของซันเต้สวิส และฮาร์ดเชอร์รี่ ที่ปากคลองตลาด กรุงเทพฯ เมื่อก่อนตัดวันละ 2,000 ดอก แต่ตอนนี้ลดลงบ้างแล้ว เพราะได้ลดปริมาณของพื้นที่ปลูกน้อยลง แต่เราเน้นที่องุ่น และบ้านพัก ซึ่งองุ่นนั้นเราเน้นขายผลสดๆ จากต้น คือหากใครอยากซื้อ เราพาไปที่สวน ชอบพวงไหนให้ชิมก่อน รสชาติถูกปากจะให้เด็กในสวนมาตัดให้ หรือจะตัดเองและชั่งตรงนั้นเลย ชนิดที่คนซื้อต้องได้องุ่นสดเท่านั้น เราขายที่สวนแห่งเดียว ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท" ผู้จัดการสวนสุชาดา กล่าว
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ อ.วังน้ำเขียว ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง คือ แปลงปลูกเบญจมาศของเกษตรกรใน ต.ไทยสามัคคี ที่รวมกลุ่มกว่า 80 คน ในนามกลุ่มผู้ปลูกเบญจมาศหมู่บ้านไทยสามัคคี โดย สมประสงค์ ประดับมุข หรือ "ผู้ใหญ่สม" อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านบุไผ่ ต.ไทยสมัคคี เป็นประธาน
ผู้ใหญ่สม บอกว่า เกษตรกรหันมาปลูกเบญจมาศเมื่อปี 2538 ช่วงแรกออกดอกบ้าง ไม่ออกบ้าง กระทั่งปี 2542 กรมส่งเสริมการเกษตรมาสนับสนุน และอบรมการปลูกเบญจมาศ เพื่อทดแทนการนำเข้า จึงรวบรวมเกษตรกรตั้งกลุ่มขึ้นมามี 35 คน โดยเธอเป็นประธาน ครั้งแรกทั้งอำเภอปลูกเพียง 26 โครง หรือ 26 โรงเรือน เป็นของเธอ 4 โครง ใช้พื้นที่ 2 งาน (200 ตร.ว.) ปีแรกราคาดีมากกิโลกรัมละ 80 บาท แต่ละรุ่นขายได้เป็นแสนบาท แต่ปัจจุบันมีเกษตรกรหันมาปลูกเพิ่มกว่า 80 ราย ถ้ารวมที่รวมกลุ่มมีกว่า 100 ราย มีเบญจมาศที่ปลูกกว่า 70 สายพันธุ์
ถัดจากแปลงปลูกเบญจมาศ ไปดูฟาร์มเห็ดที่ทันสมัยใช้ระบบปิด เพาะเห็ดในห้องเย็น ที่ "วังน้ำเขียวฟาร์ม" บ้านสุขสมบูรณ์ จากนั้นจะไปสุดท้ายโปรแกรมของวังน้ำเขียวที่กล้วยไม้ "เควาย ออร์คิด" ของนักล่ารางวัลกล้วยไม้พันธุ์แคทรียา "หยวย แซ่ลิ้ม" ที่สร้างโรงเรือนขนาดมาตรฐานกินเนื้อที่โรงเรือนละ 3 ไร่ ได้ 3 โรงเรือน ซึ่งกล้วยไม้พันธุ์แคทรียาถือเป็นราชินีของกล้วยไม้ที่มีดอกใหญ่ และส่งกลิ่นหอมทั้งวัน (รายละเอียดในคอลัมน์เกษตรกรคนเก่งวันพุธที่ 27 ม.ค.นี้)
สนใจโครงการท่องโลกเกษตรกับโต๊ะข่าวเกษตร "คม ชัด ลึก" 6 แห่งใน อ.หนองแค จ.สระบุรี อ.ปากช่อง และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ในวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์นี้ สอบถามได้ที่ 0-2338-3356-7
ดลมนัส กาเจ



