"มบ" มนต์มายาไสยศาสตร์ แห่งดินแดนด้ามขวาน (จบ)

30 ม.ค. 2564
1.9 k
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

"มบ" มนต์มายาไสยศาสตร์ แห่งดินแดนด้ามขวาน (จบ)  คอลัมน์...  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย เอก อัคคี FB: akeakkee ake

เป็นเรื่องจริงที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า ในวงการศิลปะการแสดงของศิลปินพื้นบ้านปักษ์ใต้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น หนังตะลุงหรือว่ามโนราห์ หัวหน้าคณะจะต้องมีความสามารถสูงทั้งในด้านการแสดงและในด้านวิชาอาคม จึงจะ"พาชาวคณะอยู่รอดไปตลอดรอดฝั่ง"และมีชื่อเสียงโด่งดัง

 

อ่านข่วที่เกี่ยวข้อง
"มบ" มนต์มายาแห่งไสยศาสตร์แห่งด้ามขวาน (๓) 

 

"มบ" มนต์มายาไสยศาสตร์ แห่งดินแดนด้ามขวาน (จบ)

 

 


ยิ่งคณะไหนดัง มีชื่อเสียง ยิ่งโดนลองของ!!
เพราะฉะาั้นนายหนังตะลุงหรือหัวหน้าคณะมโนราห์
ต้องไม่ธรรมดาในศาสตร์สายนี้ แม้ว่าบางคณะจะมีครูหมอไสยศาสตร์อยู่ประจำคณะ
แต่หัวหน้าคณะเองก็ต้องมีวิชาอาคมพอตัวด้วย มิฉะนั้นอาจจะกลายเป็นดาวร่วงได้ง่ายๆในขณะที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งทะยานหรือแม้ว่าจะโด่งดังอยู่แล้วมีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว


เพราะเราไม่รู้ว่าใครยืนมองเราอยู่ในเงาสลัวรางหลังโรง!?!
และหนึ่งในวิชามารของ"คนที่เราไม่รู้ว่าใครในเงามืด"
ใช้คือ วิชาการทำมบ นั้นเอง

….....
การทำมบเพื่อถล่มเวทีหนังตะลุง,เวทีมโนราห์ ผู้ที่รู้ในศาสตร์สายนี้เล่าเอาไว้ว่า
การทำมบระดับนี้ คนทำต้องมีวิชาอาคมระดับขั้นเทพ เพราะว่าทุกคณะที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เขาจะมีครูหมอดักทางแก้เอาไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นคนทำต้องมีฝีมือและมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถมากและต้องไปทำในสถานที่จริงเท่านั้น เพราะฉะนั้นในสมัยก่อนที่การแข่งขันประชันโรงกันไม่ว่าจะเป็น หนังตะลุงหรือมโนราห์ ในงานเทศกาลต่างๆไม่ว่าจะเป็น งานทำบุญสารทเดือนสิบที่นครศรีธรรมราช,งานชักพระที่สุราษฏร์ธานีหรือว่างานประชันโรงกันที่จังหวัดไหนก็ตามที


ถ้ามีการประชันโรงกัน ชิงถ้วยชิงเงินรางวัลได้เสียกัน 
วิชาไสยศาสตร์การทำมบก็จะถูกนำมาใช้เงียบๆในชายป่าแถวๆนั้น
ซึ่งจะมีการทำมบหลายวิธีด้วยกัน คือ

 

"มบ" มนต์มายาไสยศาสตร์ แห่งดินแดนด้ามขวาน (จบ)


…...........
การทำมบด้วยไข่ไก่
โดยครูหมอไสยศาสตร์จะนำเอาไข่ไก่ดิบ ๑ ฟองแล้วเขียนชื่อศิลปินฝ่ายตรงข้ามลงบนที่เปลือกไข้ แล้วตั้งจิตเป็นสมาธิก่อนจะเสกด้วยคาถา " โอม----อุบอิบ อุบ----โอมอุด----มหา----”(ผมขอสงวนบทคาถาฉบับเต็มเอาไว้นะครับ ป้องกันคนเอาไปลองเล่น/เอก อัคคี)
แล้วก็เป่าคำว่า "-----”ลงไปที่ไข่ไก่ จากนั้นก็จะแอบเอาไข่ได้ฟองนั้นไปฝังหลังโรงแสดงของคู่แข่ง  มีความเชื่อกันว่า ศิลปินที่ถูกมบจะขับกลอนไม่ออก รำไม่สวย ร้องติดๆขัดๆเหมือนไข่ที่อยู่ในเปลือก...ถ้าผ่านคืนแรกที่แสดงไปแล้วไม่รีบหาทางแก้เยียวยา คณะนั้นก็จะค่อยๆเสื่อมความนิยมลงไป


…......
การทำมบด้วยลม
ในวิธีนี้ กลางคืนขณะทำการแสดงอยู่นั้น ครูหมอไสยศาสตร์เขาจะขึ้นไปนั่งบนเวทีของฝ่ายตนเอง แล้วหันหน้าไปทางทิศที่ตั้งของโรงแสดงคู่แข่ง แล้วร่ายพระเวทว่าคาถา "โอม....พระ.........พระ.....พระ......กูจะล้างด้วยแรงฤทธิ์ของพระพาย สิทธิ........”(ผมขอสงวนบทคาถาฉบับเต็มเอาไว้นะครับ ป้องกันคนเอาไปลองเล่น/เอก อัคคี)เสร็จแล้วก็จะเป่าลมออกจากปากพร้อมกับคำว่า "เพี้ยง"ไปในทางทิศที่โรงคู่แข่งตั้งอยู่ ถ้าคนที่วิชาอาคมแข็งๆว่ากันว่า หลอดไฟแสงสว่างโรงคู่แข่งดับพรึบลงทันตา ถ้าหลอดไฟไม่ขาด ห้อมแปลงไฟไม่ระเบิด คืนนั้นคนในคณะก็จะทะเลาะกัน หริอไม่นายโรงหัวหน้าคณะก็จะอารมณ์เสีย หงุดหงิดแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่จะทำให้ไม่สามารถเรียกเรตติ้งในคืนนั้นได้ เพราะสมาธิสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าแก้ไม่ถูกจุด ทำพิธีล้างไม่ได้นายโรงหัวหน้าคณะก็จะเสียศูนย์จนเลิกเป็นศิลปินนายหนังตะลุง มโนราห์ไปเลย

….....
การทำมบด้วยมดคันไฟ
วิธีนี้ครูหมอไสยศาสตร์ เขาจะแอบไปนั่งอยู่ในมุมมืดแถวๆตรงข้ามกับหน้าโรงหนังตะลุง หรือหน้าเวทีของฝ่ายตรงข้าม ทำตัวเนียนๆเหมือนแฟนๆมาติดตามชมผลงานการแสดง แล้วทำพิธีเรียกมดคันไฟว่า " โอมมดคัน......มหามดคันไฟ...มดง่าม มดแดง มดดำ มดมหามด มดคันทั้งหมด จงมารวมตัวกันที่นี่  มารวมตัวกันมา มา มา มาช่วยกันคนที่นั่งด้วยมนต์แห่งข้า ด้วยแรงมหา สิทธิ------สรรพ-----ญา----โอมจง-----” (ผมขอสงวนบทคาถาฉบับเต็มเอาไว้นะครับ ป้องกันคนเอาไปลองเล่น/เอก อัคคี) แล้วครูหมอไสยศาสตร์จะส่ายหัวไปมาทำแบบวนๆไป เมื่อทำพิธีแล้วเชื่อกันว่า ด้านหน้าเทวีของคู่แข่งผู้ชมจะนั่งไม่ติด เพราะจะมีฝูงมดมารุมกันกันให้วุ่นวาย  จนไม่สามานั่งดูหรือยืนดูได้ตลอดทั้งคืน แต่วิธีนี้จะทำเป็นงานๆไป

…........
การทำมบด้วยคางคก
ครูหมอไสยศาสตร์เขาจะจับคางคากมาหนึ่งตัวแล้วเขียนชื่อหัวหน้าคณะของฝ่ายตรงข้ามลงในกระดาษชิ้นเล็กๆหรือใบไม้แห้ง แล้วเสกด้วยคาถาแบบเดียวกับการทำมบไข่ไก่จากนั้นก็จะม้วนกระดาษหรือมบไม้ที่เขียนชื่อนั้นยัดไปในปากของคางคก แล้วเสกคาถาปิดปากคางคกก่อนจะปล่อยมันไป เชื่อกันว่าจะทำให้คืนนั้น ไม่ว่าจะเป็นนายหนังตะลุงหรือโนราห์ก็จะขับกลอนไม่ออก หัวไม่แล่น เสียงหาย ร้องไม่ออกเหมือนมีอะไรมาจุกปากเอาไว้

"มบ" มนต์มายาไสยศาสตร์ แห่งดินแดนด้ามขวาน (จบ)

 

….......
การทำมบด้วยมะนาว
เขาจะนำมะนาวมา๑ ลูก นั่งบริกรรมคาถาร่ายพระเวทอยู่บนเวทีของฝั่งตัวเองว่า "โอม กูจะลบ------กูจะกลบ--------(ชื่อคณะศิลปินคู่แข่ง)....กูจะกลบ ด้วย นะ--------ให้ชื่อมันสิ้นไปด้วยนะ-------”(ผมขอสงวนบทคาถาฉบับเต็มเอาไว้นะครับ ป้องกันคนเอาไปลองเล่น/เอก อัคคี) ขณะเสกครูหมอไสยศาสตร์จะใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างนวดคลึงลูกมะนาวไปด้วยช้าๆ จนสำเร็จเสร็จสิ้นการสวดจะกี่คาบ/ครั้งก็แล้วแต่(ไม่บอก)จากนั้นจะใช้มีดหมอผ่ามะนาวเป็นสองซีกแล้วบีบให้น้ำมะนาวหยดลงถึงพื้นดิน เชื่อกันว่าจะทำให้คู่แข่ง ขับกลอนร้องนำเชิดหนังตะลุง เสียงเพี้ยนเหมือนมะนาวที่เปรี้ยวจนเข็ดฟัน จนผู้ชมทนไม่ได้ต้องลุกหนีออกมาในที่สุด

…......
เชื่อไหมครับว่า ในอดีตมีหนังตะลุง, มโนราห์ ที่กำลังมีชื่อดังโด่งดัง จู่ๆก็เลิกรับงาน ชื่อเสียงเสื่อมถอยความนิยมลดน้อยลง ยิ่งถ้าไม่รู้วิธีแก้ วิธีปรับ ต้องเลิกอาชีพศิลปิน กลับไปทำไร่ทำนาทำสวนยางพาราก็ไม่น้อย  เพราะโดนทำอาคมใส่ด้วยสรรพวิชาที่เรียกว่า มบ


มนต์มายาไสยศาสตร์แห่งดินแดนด้ามขวาน ที่คนทำไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษใดๆทั้งสิ้นนอกจากความอยากเอาชนะ---เวรกรรมแท้ๆ
…........