
บ้านต้านภัยธรรมชาติไม่บาน-ที่มีเงินเท่าไรก็สร้างได้
ในสัปดาห์นี้ผมถือว่าเป็นสาระน่ารู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือน ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพูดถึงเพื่อเตือนสติคนไทยถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญทั้งโลก ซึ่งผมหมายถึง กรณีแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ และถ้าหากชาวไทยยังประมาท
ไม่มีการเตรียมการที่จะรองรับกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประเทศไทย อันเป็นที่รักยิ่งของเราก็จะมีสภาพคล้ายกับ ประเทศเฮติ นั่นแหละครับ และช่างเป็นการบังเอิญเสียเหลือเกินที่คณะทำงานบ้านไม่บานได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปีเต็ม ตั้งแต่ครั้งเกิดเหตุคลื่นยักษ์ “สึนามิ” สำหรับ บ้านมวลชนไม่บานที่สามารถต้านภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สึนามิ สตรอมเซิร์จ แผ่นดินไหว พายุโซนร้อน ฯลฯ
นอกจากนั้น ยังเป็นสาระสำคัญที่ผมตั้งใจจะให้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “บ้านแม่-เมืองพ่อ แบบพอเพียง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ อันตรงกับวันตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ปีนี้ ซึ่ง “บ้านมวลชนไม่บาน” ที่สามารถสู้กับภัยธรรมชาตินี่แหละครับ เป็นบ้านที่ได้มีการบรรจงออกแบบเป็นอย่างดี ทั้งในทางสถาปัตยกรรมและทางวิศวกรรมให้มีความคงทน แข็งแรง ที่ผมมักจะเรียกแบบเต็มยศว่า “บ้านต้านภัยธรรมชาติไม่บาน-ที่มีเงินเท่าไรก็สร้างได้” อีกทั้งผมยังตั้งใจจะเดินสายบรรยายเผยแพร่ให้เป็นวิทยาทานไปทั่วประเทศ สำหรับ บ้านมวลชนไม่บาน ในซีรีส์นี้
ก่อนอื่นผมอยากให้แฟนๆ ชาวคนรักบ้านมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ อย่าง เฮติ เป็นการปูพื้นกันก่อนครับ เพราะถ้าพูดกันจริงๆ ถึงเรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว ดูเหมือนว่าจะอยู่ “ศูนย์กลาง” ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเป็นการผสมผสานกันของความโชคร้าย ทั้งด้านภูมิศาสตร์ ความยากจน ปัญหาสังคม มาตรฐานสิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะอาคารบ้านเรือนที่ชาวเฮติสร้างกันอย่างลวกๆ แบบไร้มาตรฐานที่ดีทั้งทางสถาปัตยกรรมและทางวิศวกรรมและที่สำคัญสุดคือ “ความโชคร้าย”
จะว่ากันไปแล้ว เฮติ ในอดีตที่ผ่านมาประสบกับมหันตภัยทางธรรมชาติมากมายหลายระลอก ศาสตราจารย์ริชาร์ด โอลสัน จาก มหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่า หายนะเลวร้ายสุดๆ ของครึ่งซีกโลกตะวันตกมารวมตัวอยู่ที่ ประเทศเฮติ ทุกอย่างผสมโรงกันเล่นงาน อันดับแรกคือเส้นทางของเฮอริเคน อันดับสองคือการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก อันเนื่องมาจากภูเขาไฟ แผ่นดินไหว จากนั้นอันดับสามเป็นความเลวร้ายลงของสภาพแวดล้อม และตบท้ายอันดับสี่ด้วยความยากจน อีกปัญหาหนึ่งของ ประเทศเฮติ คือ การที่ไม่มีความพร้อมเพื่อรับมือและปรับตัวให้เข้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งไม่มีความพร้อมในการจัดตั้งทีมกู้ภัยที่สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินขึ้นใน ประเทศเฮติ ซึ่งมีสถานีดับเพลิงอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดกับ เฮติ นับว่าเข้าขั้นพินาศย่อยยับ เสียหายมากมายจนทำให้มีความหวังว่าจะมีการสร้างอาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ ซึ่งกรณีภัยพิบัติในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งกรณี เฮอริเคนแคทรีนา แสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นการง่ายกว่าที่จะสร้างอาคารบ้านเรือนขึ้นใหม่ แทนที่จะซ่อมหลังเก่าที่ได้รับความเสียหาย และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่า ทำไมบริเวณชายฝั่งมิสซิสซิปปี ที่ถูกกวาดหายไปจนเกลี้ยง จึงเกิดใหม่ได้เร็วกว่าใน นิวออลีนส์ เช่น หลังแผ่นดินไหวร้ายแรงใน กัวเตมาลา ปี 2519 อาคารบ้านเรือนที่สร้างขึ้นใหม่นั้น มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้น และการก่อสร้างทั้งภูมิภาคได้ถูกออกแบบให้มีแนวโน้มที่จะเกิดภัยพิบัติน้อยลงเมื่อเกิดภัยทางธรรมชาติขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้น จะเห็นได้ว่า “ในวิกฤติก็ย่อมมีโอกาส” ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เลวร้ายเปิดโอกาสให้มีความเปลี่ยนแปลงวิธีที่จะสร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นมาใหม่ ซึ่งถ้าหากยังคงถูกออกแบบและใช้วิธีการก่อสร้างแบบเดิมให้เป็นเหมือนอย่างที่พังพินาศไปแล้ว โศกนาฏกรรมอันเจ็บปวดเช่นวันนี้ก็จะเกิดซ้ำซากไม่มีวันจบสิ้น
พื้นที่หมดครับมาว่ากันใหม่ในสัปดาห์หน้า มาดูกันว่า “บ้านต้านภัยธรรมชาติไม่บาน-ที่มีเงินเท่าไรก็สร้างได้” จะเป็นบ้านแห่งความหวังสำหรับชาวคนรักบ้านทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากจะเป็นอาคารบ้านเรือนที่สวยงามมีความคงทนแข็งแรงแล้ว ยังมีราคาประหยัดแสนประหยัด ปลูกสร้างได้ง่ายและรวดเร็วเพียงไม่กี่สัปดาห์
ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่ช้าก็เร็วครับ “บ้านต้านภัยธรรมชาติไม่บาน” เหล่านี้ จะไม่เพียงทำหน้าที่คุ้มแดดคุ้มฝนให้แก่สมาชิกของชาวคนรักบ้านให้สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน มาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูง ทั้งทางสถาปัตยกรรมและทางวิศวกรรมก็จะทำหน้าที่คุ้มครองป้องภัยให้พวกเราชาวคนรักบ้าน จะว่าไปแล้วใจผมร่ำๆ อยากไป ประเทศเฮติ ไปช่วยฟื้นบ้านฟูเมือง สอน ชาวเฮติสร้างบ้านไม่บานที่สามารถต้านภัยธรรมชาติ ให้เป็นวิทยาทาน อีกทั้งยังเป็นบ้านที่งามง่าย พอเพียง เป็นทั้งที่รักและที่พักโดยแท้จริง
ค่อยมาว่ากันต่อครับว่าทำไมผมจึงเชื่อมั่นว่า บ้านไม่บาน ในชุด “ต้านภัยธรรมชาติ” นี้จะมีความแข็งแรงเพียงพอสู้กับแผ่นดินไหวได้ถึง 5-6 ริกเตอร์ อีกทั้งยังสามารถสู้กับพลังมหาศาลของคลื่นยักษ์สึนามิ และยังสามารถยืนยงอย่างทระนงองอาจต้านพายุใต้ฝุ่นหรือพายุโซนร้อน ก็อย่าเพิ่งเชื่อผมครับขอให้พิจารณาแบบช้าๆ ชัดๆ โดยใช้หลัก “กาลามสูตร” ที่ว่า “อย่าด่วนเชื่อ” ไปชมไปฟังกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผมจะจัดบรรยายในหัวข้อ “บ้านแม่-เมืองพ่อ แบบพอเพียง” ณ หอศิลป์พระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยจะเริ่มในเวลา 14.00 น. นอกจากจะได้มีโอกาสเข้าฟังโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีการแจกวีซีดีในชุด “บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานแบบพอเพียง” ฟรีแก่ผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาทุกท่านอีกด้วยครับ แฟนๆ ที่สนใจร่วมฟังการบรรยายโทรมาสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2245-1399 และ 0-2644-1478 โดยด่วนที่สุดครับ เพราะได้ข่าวมาว่าที่นั่งใกล้จะเต็มจนล้นแล้วครับ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ



