ไลฟ์สไตล์

บายไลท์ ศ.เจริญ วรรธนะสิน
หยาดเหงื่อกับน้ำตา

บายไลท์ ศ.เจริญ วรรธนะสิน หยาดเหงื่อกับน้ำตา

22 ม.ค. 2553

เมื่อสองวันก่อนผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การกีฬา เนื่องในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย “แม่โดมเกมส์” ครั้งที่ 37 มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากมายไปให้ความรู้ในงานนี้มากหน้าหลายตา

  นักกีฬาที่ร่วมอภิปรายในหัวข้อเดียวกับผม มีคุณศรสวรรค์ ภู่วิจิตร หรือ “น้องอาย” อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติไทยยุคว่ายน้ำไทยเกรียงไกร กับคุณบัวบาน ผามั่ง นักพุ่งแหลนเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ที่โดฮา มีอาจารย์ ดร.สุพิตร สมาหิโต เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
 เห็นรายชื่อแล้วจะเห็นว่าผู้จัดประชุมหนนี้เขาวางแผนให้อดีตนักกีฬาทีมชาติ 3 รุ่น 3 ช่วงอายุมาเสนอประสบการณ์การเป็นทีมชาติของตัวเอง เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบสภาพของการเป็นนักกีฬาทีมชาติเล่นเพื่อความเป็นเลิศที่อยู่ต่างยุคสมัย


 ในยุคสมัยของผมนั้น ทุกอย่างต้องพึ่งตัวเองทั้งหมด หลายๆ กรณีพึ่งแต่พรสวรรค์บวกกับพรแสวง ไปแข่งขันออลอิงแลนด์ครั้งแรกไม่มีผู้จัดการทีม ไม่มีผู้ฝึกสอนคอยประกบ ไม่มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬาคอยประคบประหงม ไม่มีนักโภชนาการ หรือนักจิตวิทยาคอยกำกับดูแล
 แม้แต่การจองตั๋วเครื่องบินขากลับ ยังต้องนั่งรถไปทำด้วยตนเอง
 มาในยุคของน้องอาย สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง มีการว่าจ้างโคชจากต่างประเทศมาฝึกให้ นักกีฬาไทยเริ่มรู้จักกับคำว่า “วินัย” ชนิดเข้มงวดเต็มความหมายของคำ น้องอายบอกว่า บางครั้งถูกฝึกอย่างที่เรียกได้ว่า “โหด” และนั่นคือพื้นฐานของความสำเร็จที่เธอได้รับในเวลาต่อมา ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งระลึกถึงคุณความดีของโค้ชที่เข้มงวดเหล่านั้นมิรู้ลืม


 ส่วน น้องบัวบาน นักกีฬาทีมชาติรุ่นล่าสุด สิ่งที่เธอเปิดเผยในวันนั้นเป็นคำพูดที่บริสุทธิ์ ใส ซื่อ  เต็มไปด้วยความถ่อมตนสมถะ เธอรับว่าไม่ได้นึกฝันว่าจะพุ่งแหลนได้ไกลถึง 61.4 เมตร ทั้งๆ ที่ระยะเริ่มแรกเธอจะใช้พรสวรรค์ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่ามี จนประสบชัยชนะในเวลาต่อๆ มา ขณะนี้เธอได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อไหล่ฉีก เพิ่งได้รับการผ่าตัด และก็หวังว่าจะมีโอกาสรับใช้ทีมชาติอีก
 สรุปจากประสบการณ์ของนักกีฬาทีมชาติต่างสมัย มีสภาพการณ์หลายๆ อย่างแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมี คือ แต่ละคนมีจิตวิเคราะห์ หรือ Analytical Mind กันทุกคน นั่นคือ มิได้เล่นกีฬาด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักใช้สมองมาเป็นอาวุธสำหรับการเล่นของตนเอง