
Born to be : คุณเป็นคุณ
บุญนำกรรมแต่งให้แต่ละคนเกิดมาเหมือนกันหรือไม่ คำตอบคือ ไม่
ภูมิหลังที่หล่อหลอมเราแต่ละคนให้ออกมาเป็นตัวตน ณ วันนี้ แตกต่างกันอย่างแน่นอน ครั้นเห็นคนอื่นได้ดีมีเด่นเป็นนั่นเป็นนี่ เราก็อยากได้ดีมีเด่นเป็นเหมือนอย่างเขา แต่ลืมมองไปว่า กว่าเขาจะเป็นเช่นปัจจุบันวันนี้ผ่านอะไรมาบ้าง เราได้ผ่านมาเหมือนอย่างเขาหรือไม่ สืบค้นย้อนรอยอดีตก็รู้ แต่หาใช่ว่าเราจะเป็นเหมือนอย่างเขาไม่ได้ เราเป็นได้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องเรียนรู้เพื่อเป็นอย่างนั้น และที่สำคัญต้องสร้างเหตุปัจจัยให้แม้นเหมือนอย่างเขานั้น แต่นับว่ายากมากหากคิดจะถอดด้ามออกมาเป็นเหมือนอย่างเขาจริงๆ ทั้งนี้ เพราะความแตกต่างคือตัวแปร
“เส้นทางที่เราเดินมาไม่เหมือนกัน” (ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์) คงไม่อาจปฏิเสธอดีตเหตุของแต่ละคนที่ทำกรรมสร้างสมเหตุปัจจัยส่งสู่ปัจจุบันผลให้เริ่มต้นกันในวันนี้ ซึ่งแสดงออกเป็นนิสัยใจคอ ความโน้มเอียงทางด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อเกี่ยวกรรมทำการสานต่อ คุณเคยทำกรรมอย่างไรไว้ ก็จะมีสิ่งมากระตุ้นเตือนให้ทำกรรมอย่างนั้นอีก“ กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” กรรมที่ทำในปัจจุบันมันสะท้อนถึงกรรมที่เคยทำไว้ในอดีตได้เป็นอย่างดี
“เราล้วนเป็นใหญ่อยู่ในจุดที่ตนยืน” คนเราสร้างสมเหตุปัจจัยทางด้านใด ก็จะเกิดความชำนาญทางด้านนั้น “หนึ่งเดียวที่คุณชำนาญ” อาจจะเกิดกรณีพิเศษ “หนึ่งชำนาญในหลายด้าน” แต่ถ้าสืบค้นกันจริงๆ ก็จะรู้ว่าเขาชำนาญอยู่เพียงด้านเดียว
ณ จุดเริ่มต้นตรงนี้ที่กำลังดำเนินไป เราจะต้องมองตนเองออกบอกตนเองถูกว่า ความคิด ความอ่าน ความชอบ จริตนิสัยใจรักของเราเป็นอย่างไร มันโน้มเอียงไปทางด้านใด ครั้นค้นพบตนเองแล้วก็ควรพากเพียรขวนขวายทางด้านนั้นจริงๆ และพัฒนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป แน่นอนมันย่อมแตกต่างจากคนอื่น และแน่นอนกว่าเราจะไปยืนอยู่ในจุดนั้นจนเป็นที่ปรากฏมันก็ย่อมใช้เวลาไม่น้อยเหมือนกัน
แต่เมื่อใดที่คุณพากเพียรขวนขวายทางด้านที่ถูกกับจริตนิสัยตน พัฒนามุ่งตรงไปทางด้านนั้นจริงๆ กระทั่งถึงวสีภาพเกิดความชำนาญเชี่ยวชาญ “Expert” (ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “เอตทัคคะ”) เมื่อนั้นคุณก็จะรู้ว่า “Born to be” ฉันเกิดมาเพื่อเป็นแบบนี้ มิได้เกิดมาเพื่อเป็นแบบนั้น นี่คือเส้นทางของฉัน นั่นคือเส้นทางของเธอ
มันคือความจริงที่คนเราต้องแตกต่างกันใช่ไหม แต่แตกต่างหาใช่ว่าจะแตกแยก หากเรียนรู้ข้อแตกต่างและเปิดใจรับบ้าง แตกต่างก็อยู่ร่วมกันได้ (ขัดแย้งหาใช่ว่าจะเป็นศัตรู ขัดแย้งก็เป็นมิตรกันได้ ประชาธิปไตยคือความขัดแย้งที่ลงตัว)
อย่าคิดว่าเราไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือนเราต่างหาก
"พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์"



