ไลฟ์สไตล์

คนสำราญงานสำเร็จ (3)
การทำงานต่ออายุได้

คนสำราญงานสำเร็จ (3) การทำงานต่ออายุได้

23 ม.ค. 2553

พระพุทธเจ้าตรัสว่า การทำงานต่ออายุได้ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จนิพพานมีคนไปถามว่า มีวิธีไหนที่จะทำให้อายุยืน พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทำงานสิ ทำงานแล้วอายุยืน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเขียนเตือนลูกศิษย์ก่อนตายว่า ถ้านายคิดถึงฉัน นายทำงาน อายุยืน สดชื่น หน้าตาผ่องใส

 ไปบรรยายถูกถามประจำเลย คุณหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เจอบนเวทีอภิปรายแห่งหนึ่ง อ่านหนังสืออาตมา กะว่าท่าน ว.ต้อง 40 ขึ้น เจอตัวจริงท่านบอกว่า นึกว่าเป็นลูก อาตมภาพบอกว่าคุณหมอยืนยันคำนี้ไว้นะ ต้องรักงานแล้วถึงจะมีความสุข ถ้าเรารักงานใจเราจะไปจดจ่อที่งาน พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อจิตเราจดจ่อที่งานต่ออายุได้ พระพุทธเจ้าก่อนนิพพาน จริงๆ พระองค์ป่วยก่อนหน้านั้น แต่ตราบใดที่งานไม่สำเร็จไม่นิพพาน พระองค์ก็ผูกจิตของพระองค์ไว้กับงาน พอสำเร็จพระองค์ตรัสว่า ฉันนิพพานได้แล้ว ฉันตายได้แล้ว

 ถ้าเราอยากทำงานแล้วมีเป้าหมายที่ดีๆ นักเขียนใหญ่ๆ บางคนอย่างแฮมมิงเวย์บอกเลย งานชิ้นเยี่ยมของแก “The old man and the sea” หรือ “เฒ่าผจญทะเล” ถ้าไม่เสร็จผมไม่ตาย พอเสร็จแล้วแกบอกว่าชีวิตนี้ ผมจะไปทำอะไรที่ยิ่งกว่านี้ได้หมด ไม่แคร์แล้ว เพราะเอาใจไปผูกไว้กับงาน

 จิตของคนเรามันจะมีลักษณะอย่างหนึ่ง คือทำงานตลอด ถ้าจิตไม่ทำงาน จิตตก พอจิตตกปุ๊บ อายุสั้นได้ แล้วมันจะไปออกทางสีหน้าแววตา คุณโยมสังเกตดู คนที่มีปัญหาครอบครัวมาทำงาน ใส่น้ำหอมฟุ้งมาเลย แต่ถ้าเราละเมียดพอ เราจะเห็นเพื่อนร่วมงานของเราว่าข้างในเขาเครื่องไม่ดีเลย แต่ข้างนอกไปเคาะพ่นสีมาใหม่ ดูดีมาก แต่ถ้าเร่งเครื่องดูก็รู้ ทำงานไม่เป็นรถเลย

 เพราะฉะนั้นจิตเราต้องผูกไว้ที่ใดที่หนึ่งอายุถึงจะยืนยาว งานถึงจะดี คนที่เกษียณใหม่ๆ ถ้าไม่ได้ทำอะไรแก่เลย ตอนทำงานยิ่งทำยิ่งผ่องใส ไม่ต้องใช้ครีมหน้าเด้ง ทำงานอย่างพระทำงาน ดูพระพุทธรูปทุกองค์หน้ายิ้มหมดเลย ต้องมีความสุขอย่างนั้นทุกๆ วันที่ทำงาน แล้ววันเสาร์-อาทิตย์เป็นวันพักผ่อน จันทร์ถึงศุกร์เป็นวันใช้ชีวิต เสาร์อาทิตย์เป็นวันให้ครอบครัวไป ให้มันกลับหัวกลับหางอย่างนี้แล้วชีวิตจะดีขึ้น ให้ตลอดเวลาที่อยู่ในที่ทำงานเป็นชั่วโมงแห่งความรื่นรมย์ ปีติ เบิกบาน สดใส สดชื่น เป็นชั่วโมงแห่งความสุข

 วันเสาร์-อาทิตย์ก็ให้เวลาครอบครัวบ้าง ให้เวลาหลวงพ่อหลวงพี่บ้าง ไปขอข้าวท่านกิน ไปฟังธรรมะบ้าง เดี๋ยวนี้ถ้าวันโกน วันพระตรงกับวันจันทร์ วันอังคาร วันเสาร์ วันอาทิตย์คุณโยมไปเที่ยวต่างจังหวัด พระกับโยมแทบจะไม่ได้เจอกัน เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นเจอแล้ว คือคนญี่ปุ่นเขาเห็นพระเขาบอกว่าซวย ทำไม เขาจะเข้าวัดก็ต่อเมื่อมีคนตาย แล้วพระก็ทำธุรกิจได้ มีครอบครัวได้ ถึงเวลาเป็นพระก็ใส่ครุยของพระ จะพบกันก็ตอนที่คนในครอบครัวตายแล้วพระจะมาเทศน์ให้ฟัง เจอพระเมื่อไหร่แล้วซวยเลย

 เมืองไทย ถ้าพระไม่บำเพ็ญประโยชน์ ต่อไปเห็นพระ โยมก็จะรู้สึกอย่างนั้น เพราะวันหยุดกับวันพระไม่ตรงกัน ถ้าไม่ตรงกันอย่างนั้นต้องเอาธรรมะเข้ามาสถาปนาไว้ในจอทีวี มิฉะนั้นคนจะไม่เจอธรรมะ ถ้าไม่เจอธรรมะก็จะเหี่ยวแห้ง อายุไม่ยืน บางคนอายุยังน้อยแต่หน้าตาไปเกินแล้ว ต้องให้หน้าตาดูเด็กกว่าอายุ นั่นจึงเป็นการวัดผลสำเร็จของการทำงาน

 คุณโยมไปดูหลวงปู่บุดดา ถาวโร อายุ 100 ปี ท่านมีผิวสีชมพูผ่องใส ทำไมเป็นอย่างนั้น หลวงพ่อชา สุภัทโท วันหนึ่งไปพักผ่อนที่บ้านคุณโยมที่กรุงเทพฯ ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่บ้านนี้ไม่เคยออกดอกมา 10 ปี พอหลวงพ่อชาไปพักอยู่ 3 วัน ออกดอกบานสะพรั่ง ทำไมบาน เพราะจิตใจของท่านแจ่มใสเบิกบานสดชื่น ธรรมชาติยังรับสัมผัสได้เลย เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำงานแล้วสดชื่นทุกวัน ตัวเราเองจะสดชื่นก่อน แต่ถ้าเราเผาไหม้ข้างใน เราถูกเผาไหม้ก่อน

 เพราะฉะนั้นผู้บริหารทั้งหลาย ถ้าสดชื่นอยู่ได้ องค์กรนั้นสดชื่น แต่ถ้าผู้บริหารเครื่องในมันไม่ดี คนทำงานจะรับผลกระทบทั้งหมด นี้คือหลักในการทำงานอันแรกคือ ต้องทำงานให้ทั้งวันเป็นวันแห่งความสดชื่น

"ว.วชิรเมธี"