
มข.ก้าวสู่ปีที่47พร้อมเป็นม.ชั้นนำระดับโลก
การตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มขึ้น อีกแห่งหนึ่งนั้นเป็นคุณอย่างยิ่ง เพราะทำให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งต่อไปจะเป็นผลดีต่อการพัฒนา ยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง ความสำเร็จในการตั้งมหาว
พระราชดำรัสความตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อตั้งตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อปี 2484 ขณะที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติจัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ ขึ้นที่ จ.ขอนแก่น เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกปีการศึกษา 2507 จึงถือเป็นปีแรกของการสถาปนา ต่อมาปี 2509 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2509 ปัจจุบันมี 22 คณะวิชา ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มวิทยาศาสตร์และสุขภาพ และกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ศ.เกียรติคุณ ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มข.เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศและระดับอาเซียน มีผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ อาทิ ความเข้มแข็งด้านการวิจัย ด้วยกองทุนส่งเสริมการวิจัย และศูนย์วิจัยเฉพาะทางสาขาต่างๆ จำนวน 24 ศูนย์ มีงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่และนำไปใช้ประโยชน์ในระดับชาติและนานาชาติในระดับสูง ในด้านความเข้มแข็งด้านการบริการวิชาการแก่สังคม ผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้ชุมชน และประเทศชาติแล้วกว่า 9 หมื่นคน
"ทั้งหมดนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นทั้งในอดีตและปัจจุบัน" ศ.เกียรติคุณ ดร.สุมนต์กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้รับการประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดีเลิศด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมด้านการวิจัยในปี 2549 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) จัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ 2 ปีซ้อนในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่มีภารกิจเดียวกันในปี 2549 และ 2550 ซึ่งปี 2550 กพร.ได้ประเมินด้านการให้บริการและทัศนคติต่อภาพลักษณ์ในเกณฑ์ดีมาก และผ่านการประเมินโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในระดับที่ดีมากในปีเดียวกัน
รวมทั้งยังได้รับการจัดอันดับที่ 528 ของโลก และอันดับที่ 21 ของกลุ่มประเทศอาเซียน จากการจัดอันดับของนิตยสาร Times Higher Education ในปี 2551 และ 2552 และปี 2551 เว็บไซต์มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการจัดอันดับเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับ 160 ของโลก และอันดับที่ 24 ของเอเชีย และ อันดับ 2 ของประเทศไทย จัดอันดับโดย 4 International Colleges & Universities (4icu.org)
เป็นสถานศึกษาที่มีระบบประกันคุณภาพได้มาตรฐาน 1 ใน 8 สถาบันอุดมศึกษาคุณภาพ จากการประกวดระบบประกันการคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2550 จัดโดย สกอ.ร่วมกับ สมศ. และในปีเดียวกันยังได้รับการคัดเลือกจาก สกอ. ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต
นักวิจัย อาทิ ศ.ดร.อารันต์ พัฒโนทัย ได้รับการประกาศเกียรติคุณให้เป็น “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ศ.ดร.เมธา วรรณพัฒน์ ได้รับรางวัล “อาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2551 สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี” โดยที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) และได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
รศ.ดร.สันติ แม้นศิริ ได้รับรางวัล “นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (TWAS Prize Young Sciencetists in Thailand) สาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2552” โดยสภาวิทยาศาสตร์สำหรับประเทศกำลังพัฒนา (Third Word Academy of Sciences) ผศ.ดร.ไฉนพร ด่านวิรุทัย เข้ารับพระราชทานโล่รางวัล “ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่นระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2552” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2552
ผลงานวิจัยเจลทดสอบกรุ๊ปเลือด (innov gel test) ของ รศ.ดร.อมรรัตน์ ร่มพฤกษ์ ได้รับรางวัล “เหรียญทองสาขาไบโอเทคโนโลยี” จากงาน International Invention, Innovation and Technology Exhibition หรือ ITEX 09 จัดโดย MINDS (Malaysian Invention and Design Society) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติของไทย ประจำปี 2553
"มข.พร้อมแล้วที่จะแปลงความภาคภูมิใจ เป็นพลังทำงานสร้างสรรค์ผลงาน พัฒนาชุมชน พัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พัฒนาประเทศ และก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกต่อไป" ศ.เกียรติคุณ ดร.สุมนต์กล่าวทิ้งท้าย



