ไลฟ์สไตล์

ศิริราชเจ๋งรักษาผู้ป่วยขาขาดเลือดครั้งแรกของโลก

ศิริราชเจ๋งรักษาผู้ป่วยขาขาดเลือดครั้งแรกของโลก

21 ม.ค. 2553

"ศิริราช” คิดค้นนวัตกรรมใหม่ครั้งแรกของโลก รักษาผู้ป่วยภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันและรุนแรง ระบายสารพิษทางหลอดเลือดดำ ผ่านเครื่องฟอกไตเทียม

 (21ม.ค.) ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในการแถลงข่าว “ครั้งแรกของโลก ศิริราชคิดค้นนวัตกรรมวิธีรักษาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันและรุนแรง โดยการระบายสารพิษผ่านทางเหลอดเลือดดำ” ร่วมด้วย รศ.นพ.ประมุข มุทิรางกูร หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์หลอดเลือด ภาควิชาศัลยศาสตร์ รศ.พญ.รณิษฐา รัตนะรัต สาขาวิชาเวชบำบัดวิกฤต ภาควิชาอายุรศาสตร์ และนางอรวรรณ กิติพันธุ์ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันรุนแรง ซึ่งการรักษาครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จวงการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย

 รศ.นพ.ประมุข กล่าวว่า ภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันและรุนแรง เป็นโรคร้ายที่อาจทำให้เกิดการสูญเสียขาและเสียชีวิตได้ โดยเฉลี่ยในแต่ละปีมีผู้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชประมาณ 20-30 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากลิ่มเลือดหลุดจากหัวใจและจากหลอดเลือดแดงใหญ่ในส่วนทรวงอกหรือช่องท้องมาอุดตันภายในหลอดเลือดแดงของขา หากไม่ได้รับการรักษาทันที จะเกิดภาวะเขาเน่าตายได้อย่างรวดเร็วและอาจเสียชีวิตได้จากการไหลซึมของสารพิษจากขาที่ขาดเลือดเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย โดยสถิติของหลอดเลือดแดงที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายตามจดหมายเหตุทางการแพทย์ในปี 2551 พบการอุดตันที่หลอดเลือดแดงส่วนต้นขา 54.9% หลอดเลือดแดงส่วนน่อง 20.9% หลอดเลือดแดงส่วนอุ้งเชิงกราน 16.5% และหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนช่องท้อง 7.7%

 อาการสำคัญของภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันในชั้นแรกจะมีอาการปวดขาอย่างรุนแรง ขาเย็นและซีดลงมาก การตรวจร่างกายคือการคลำชีพจรบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งจะเบาลงหรือคลำไม่ได้ ในเวลาต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการสูญเสียความรู้สึกของขาและเกิดการอ่อนแรงบริเวณนิ้วเท้า และเมื่อการขาดเลือดของขาอยู่ในขั้นรุนแรงจะไม่สามารถขยับเท่าและขาได้ หากทิ้งไว้ภายในเวลา 6 ชั่วโมง อาจเกิดภาวะขาเน่าตายได้

 รศ.นพ.ประมุข กล่าวว่า การรักษาภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลัน ในกรณีที่ขาขาดเลือดขั้นแรกและปานกลางรักษาโดยการฉีดยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางสายสวน หากขาดในขั้นรุนแรงรักษาโดยการผ่าตัดขจัดลิ่มเลือด แต่หากขาขาดเลือดในขั้นรุนแรงและยังมีภาวะสารพิษไหลซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตด้วยนั้น จะรักษาโดยการผ่าตัดขจัดลิ่มเลือดร่วมกับการระบายสารพิษผ่านทางหลอดเลือดดำของขาเข้าเครื่องไตเทียม ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ที่ศิริราชได้คิดขึ้นเพื่อใช้รักษาช่วยชีวิตผู้ป่วย โดยมีขั้นตอนการรักษาเริ่มจากการผ่าตัดสอดใส่สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดดำของขาที่ขาดเลือด นำเลือดดำจากขาขวาที่ขาดเลือดผ่านเข้าเครื่องไตเทียมเพื่อทำการฟอกเลือด และนำเลือดที่ผ่านการฟอกแล้วจากเครื่องไตเทียมกลับเข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดดำบริเวณคอ ในระหว่างนั้นจะผ่าตัดนำลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดแดงขาขวาโดยใช้สายสวนที่มีปลายเป็นลูกโป่ง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขั้นได้ในระหว่างการปล่อยให้เลือดไปเลี้ยงขาทั้ง 2 ข้าง ภายหลังการผ่าตัดขจัดลิ่มเลือด

 ส่วนข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน และสามารถประยุกต์ใช้กับภาวะขาดขาเลือดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น อุบัติเหตุ และยังเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก ซึ่งในการผ่าตัดจะเสียค่าสายสวน 10,000 บาท แต่หากรวมค่าผ่าตัด ค่ารักษาไม่เกิน 20,000 บาท

 “วิธีการรักษาเพื่อช่วยผู้ป่วยที่มีภาวะขาขาดเลือดแบบเฉียบพลันนั้น ทางคณะแพทย์ศิริราชได้คิดค้นวิธีการรักษานี้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และเมื่อมีผู้ป่วยที่มีภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันเข้ามารักษา จึงได้นำวิธีนี้มาทดลองรักษากับผู้ป่วย ซึ่งพบว่าได้ผลการรักษาที่ดี” รศ.นพ.ประมุข กล่าว

 รศ.พญ.รณิษฐา  กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องใช้เครื่องฟอกไตเทียมนั้น เนื่องจากเมื่อมีลิ่มเลือดไปอุดตันที่บริเวณขาจะทำให้กล้ามเนื้อตายและเกิดสารพิษโปแทสเซียมและกรด ทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ ถ้าไปที่หัวใจจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ดังนั้นก่อนที่โลหิตที่เป็นพิษจากเส้นเลือดดำที่ขาจะไหลไปสู่หัวใจ จะใช้เครื่องไตเทียมฟอกเลือดที่มีสารพิษให้ปริมาณโปแทสเซียมแลกรดลดลง ไม่เป็นอันตรายต่อหัวใจ หลังจากนั้นก็นำเลือดที่ฟอกแล้วจากเครื่องไตเทียมกลับเข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดดำบริเวณคอ

 ด้าน นางอรวรรณ กิติตพันธุ์ อายุ 62 ปี ผู้ป่วยคนแรกที่ได้รับการผ่าตัดรักษาภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันรุนแรง กล่าวว่า ได้รับการรักษาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนแรกที่ไปพบแพทย์ รพ.แห่งหนึ่งทางแพทย์ได้ให้ยามากินที่บ้าน 7 วันแล้วไม่หายญาติจึงพาส่ง รพ.ศิริราช เพราะปวดท้องมาก เมื่อไปถึงตอนแรกแพทย์บอกว่า อาจจะต้องตัดขาทิ้ง แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับการรักษาด้วยนวัตกรรมใหม่ ไม่ต้องตัดขา เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ทั้งนี้หลังการผ่าตัด ตนเดินไม่ได้ ต้องทำกายภาพบำบัดและฝึกเดินประมาณ 4 เดือนก็กลับมาเดินได้เหมือนเดิม

 ขณะที่ ศ. คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า วิธีการรักษาในครั้งนี้ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมศัลยศาสตร์หลอดเลือดภาคพื้นยุโรป เมื่อเดือน พ.ย.2552 ที่ผ่านมา ว่าเป็นวิธีการต้นแบบที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะขาขาดเลือดอย่างเฉียบพลันและรุนแรง ในสภาวะที่มีการคั่งของสารพิษในระบบไหลเวียนโลหิต อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้นี้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะถ่ายทอดองค์ความรู้ในการรักษาให้แพร่หลาย โดยเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ศัลยแพทย์ทั่วประเทศต่อไป.