
ความสุขระยะสั้น
ในพระไตรปิฎกมีคำสอนว่าด้วยเรื่องความสุขอยู่หลายตอน แห่งหนึ่งมีว่า "ความสุขเกิดในลำดับแห่งความทุกข์ และความทุกข์ก็เกิดในลำดับแห่งความสุข"
นั่นแปลว่า ความสุขกับความทุกข์นั้น มักเกิดดับสลับกันอยู่เสมอมา และจะเสมอไป ความสุขจึงไม่จีรังยั่งยืนอยู่ยาวนาน ความทุกข์ก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอนดอก บัดเดี๋ยวความสุขและความทุกข์ก็จะเปลี่ยนสภาพไป คนเราจึงไม่ควรเอาเป็นเอาตายกับความทุกข์ และไม่ควรเอาจริงเอาจังกับความสุขแต่ประการใดเลย
ความสุขของประเทศไทยเรามีมากที่สุดในเดือนธันวาคม เพราะมีวันประชามหาปีติ คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษา เดือนที่ผ่านมามีการลดราวาศอกของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ไม่มีการชุมนุมตามที่เคยประกาศไว้ ทำให้คนไทยหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น
แต่เมื่อผ่านพ้นเดือนธันวาคมไปแล้วเข้าสู่ปีใหม่ ไม่กี่วันก็มีการชุมนุมกันอีก กระแสความสุขของประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่จึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลายคนบ่นเสียดายว่า ความสุขประเดี๋ยวเดียวจริงๆ
ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองได้ทราบความรู้สึกส่วนใหญ่ของคนไทยเช่นนี้แล้ว น่าจะหาวิถีทางสร้างความสุขให้แก่เพื่อนร่วมชาติ-ญาติร่วมโลกมากยิ่งขึ้นด้วยการลด ละ เลิกการชุมนุมแบบที่เห็นและเป็นอยู่
โดยจริงแล้ว การชุมนุมทางการเมืองนั้นไม่ผิด ถ้าเป็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติ และไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใดและฝ่ายใด แต่เท่าที่ผ่านมา กลุ่มการเมืองบางกลุ่มไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการชุมนุมที่ถูกต้องเท่าใดนัก ทำให้เป็นสิ่งบั่นทอนความสุขของประชาชนในประเทศตลอดมา
กลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ทุกวันนี้ มีอยู่สองกลุ่มใหญ่ มีแนวทางแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง น่าที่จะถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในความแตกต่างและหลากหลาย ไม่สร้างเงื่อนไขแห่งความแตกแยกปริร้าวมากไปกว่าที่เป็นอยู่นี้ มีการแสดงออกทางการเมืองโดยไม่ต้องให้มีการออกมาชุมนุมกันพร่ำเพรื่อ จนฟั่นเฝือมากไปแล้ว
การปลุกระดมมวลชนให้มีความโกรธต่อฝ่ายที่ตนไม่เห็นด้วยนั้น ไม่ก่อให้เกิดสติสัมปชัญญะแก่ผู้มาร่วมชุมนุม ด้วยว่าโทสะเป็นสิ่งบดบังปัญญาอย่างแท้จริง การรับข้อมูลฝ่ายเดียวก็ทำให้เกิดความลำเอียง ขาดความสุขุมคัมภีรภาพต่อการเข้าถึงความจริงตามความเป็นจริง แปลว่าทำให้โง่นั่นเอง
ความสุขของประเทศ คือ ลดกิเลสการปะทะ
ความดีของผู้ชนะ คือ การวิสาสะกับผู้พ่ายแพ้
"ท่านจันทร์"
www.prajan.com



