
สามบริบทกำหนดวิถีแห่งสามเหลี่ยมทองคำ
ด้วยความสนใจกับบทบาทของเครื่องดนตรีในวัฒนธรรมพื้นบ้านมายาวนาน จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ วิกทอเรีย วอร์ไรเทอร์ นักไวโอลินคลาสสิก และอาจารย์ดนตรีแห่งมหาวิทยาลัยเดอพอล เมืองชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา บินลัดฟ้าจากอีกซีกโลกมายังพื้นที่อันห่างไกล
ภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ นำเสนอมุมมองของ วิกทอเรีย วอร์ไรเทอร์ ผ่านความงดงามของกิจวัตรประจำวันที่เรียบง่ายของชนเผ่าจากการมองผ่านเลนส์กล้อง เช่น การทอผ้า เก็บเกี่ยวผลผลิต เลี้ยงสัตว์ ตลอดจนพิธีกรรมตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยมีแนวคิดหลักจากปัจจัย 3 ประการ ซึ่งเป็นเสมือนจิตวิญญาณที่กำหนดวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ได้แก่ ลวดลาย (Patterns) ซึ่งมีความหมายโดยแสดงออกผ่านเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ อันเป็นศิลปะเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าต่างๆ และยังเชื่อมโยงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้สวมใส่ด้วย ช่วงชีวิต ( Passages) ที่ดำรงอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และนำมาซึ่งพิธีกรรมต่างๆ ในวาระสำคัญของชีวิต เช่น การเกิด การแต่งงาน และการตาย บทสวด (Prayers) สื่อถึงความเชื่ออันลี้ลับและจิตวิญญาณ ซึ่งแต่ละชนเผ่าแสดงออกผ่านทางดนตรี การขับร้อง รวมไปถึงการบูชาและการรักษาโรค อันเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ
ซึ่งวิกทอเรียได้เล่าถึงผลงานของตัวเองว่า ต้องสะท้อนให้เห็นถึงศักดิ์ศรีและความมีชีวิตชีวา ตลอดจนความงดงามของวัฒนธรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่า ซึ่งกำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็วในโลกที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีสิ่งของเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีและความเชื่ออันหลากหลายของชนเผ่าต่างๆ เช่น คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าเมี่ยน เครื่องแต่งกายสำหรับใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ผ้าทอ ผ้าปักลวดลาย ฯลฯ ซึ่งล้วนสื่อถึงวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชนเผ่า โดยจะจัดแสดงถึงวันที่ 30 เมษายนศกนี้
“ชนเผ่าที่อยู่บนภูเขาซึ่งยากจะเข้าไปถึงในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำนี้ มีชีวิตผ่านมานับร้อยปีโดยการถ่ายทอดความรู้ ประวัติศาสตร์ ประเพณีและความเชื่อต่างๆ ด้วยการบอกเล่าปากต่อปาก จากรุ่นสู่รุ่น แต่ก็ไม่รู้ว่าวัฒนธรรมเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าไหร่ เป้าหมายในการทำงานของดิฉันคือช่วยรักษาความยิ่งใหญ่ของขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่าเหล่านี้ไว้ก่อนที่จะสูญหายไป” วิกทอเรียกล่าว
ทั้งนี้นอกจากนิทรรศการดังกล่าว ศิลปินผู้หลงใหลวัฒนธรรมฝั่งซีกตะวันออกของโลก ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า เมื่อปี พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา เธอได้จัดทำหนังสือประกอบภาพสวยงามชื่อ "Songs of Memory" (บทเพลงแห่งความทรงจำ) โดยการตีพิมพ์พร้อมกับแผ่นซีดีเพลงของชนเผ่าต่างๆ ตัวเองรวบรวมไว้ และในช่วงระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2553 จะได้นำมาจัดแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ในชื่อเดียวกันกับหนังสือ แต่จะมีจัดแสดงควบคู่กับการประชุมสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความเชื่อของชนเผ่า ประกอบกับการแสดงดนตรี การนำเสนอในรูปแบบต่างๆ และการสาธิตขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่า ตลอดจนการจัดเทศกาลอาหาร ที่จะสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับนิทรรศการนี้ด้วย



