ไลฟ์สไตล์

ผอ.สมศ.คนใหม่ไม่ออกจากราชการอ้างยืมตัวมาทำงาน

ผอ.สมศ.คนใหม่ไม่ออกจากราชการอ้างยืมตัวมาทำงาน

18 ม.ค. 2553

ผอ.สมศ.คนใหม่แจงข้อกล่าวขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่ง ยอมรับไม่ได้ลาออกจากราชการจริง แต่ถูกยืมตัวมา ชี้การไปทำงานจำเป็น มีเหตุผล เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ

 ศ.ดร.ชาญณรงค์  พรรุ่งโรจน์  ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่าขาดคุณสมบัติในการมาดำรงตำแหน่งผอ.สมศ.คนใหม่ เนื่องจากไม่ลาออกจากราชการ ว่ายังไม่ลาออกจากราชการจริง แต่มาทำงานในตำแหน่งผอ.สมศ.ด้วยการยืมตัว ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ พ.ศ. 2550 มาตรา 4 สั่งให้ข้าราชการไปทำการใดๆ ซึ่งจะนับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการได้ไปปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ

  แต่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 ระบุว่า คนที่จะไปช่วยราชการได้จะต้องมีอายุไม่เกิน 52 ปีบริบูรณ์นับถึงวันที่ได้รับอนุมัติให้ไปทำการ แต่ ศ.ดร.ชาญณรงค์อายุเกิน แต่สามารถทำได้ เพราะการไปทำงานนั้นมีเหตุผล ความจำเป็น  และเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา และต้นสังกัดเห็นชอบ

 ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อถามหากไม่ลาออกจากราชการจะเกิดความไม่เป็นกลางในการรับรองมาตรฐานหรือการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาที่สังกัดหรือไม่ นั้น ผอ. สมศ. ไม่ได้ทำหน้าที่เข้าไปประเมินสถานศึกษาเอง แต่จะมีการแต่งตั้งคณะผู้ประเมินที่มีความรู้ความสามารถ มีความเป็นอิสระทางวิชาการภายใต้การดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกที่ถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว

 ดังนั้นผอ. สมศ. จึงไม่อาจเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องดังกล่าวได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่จะมีผลกระทบต่อความเป็นกลางในการรับรองมาตรฐานหรือการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาแต่อย่างใด อีกทั้งการจะดำเนินการใดๆ ของผอ.สมศ.ต่อสถานศึกษาจะต้องเป็นการกระทำที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สมศ. และภายใต้การควบคุมกำกับดูแลจากคณะกรรมการบริหาร สมศ. อีกด้วย