
ตามวช.พาตะลุย"ดอยช้าง"ลิ้มรส"กาแฟ"ดีที่สุดในโลก
การสร้างชุมชนต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้ไปสู่สังคมอุดมปัญญาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ถือเป็นแนวนโยบายหลักสำคัญสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการพัฒนาโครงงานวิจัยเพื่อหาต้นแบบนำร่อง ก่อนนำไปขยายผลสู่การพัฒนาชุมชนอื่นๆ ต่อไป
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ ตามคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย กฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการ นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ไปเยี่ยมชมชุมชนต้นแบบบนดอยวาวี ในพื้นที่ ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พร้อมลิ้มรสชาอู่หลงก้านอ่อนและกาแฟดอยช้างที่ได้ชื่อว่ารสชาติดีที่สุดในโลก การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศจากการประกวดกาแฟทั่วโลกที่ประเทศแคนาดา เมื่อปลายปี 2552 ที่ผ่านมา
การขึ้นดอยวาวี แม้ระยะทางเพียง 95 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง เพราะเส้นทางเป็นทางโค้งและลาดชันที่ตัดผ่านยอดภูลูกแล้วลูกเล่า ทว่าการเดินทางของพวกเราก็ไม่เบื่อ เมื่อได้สัมผัสกับไอหนาวกลางฤดูและความงดงามของทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามยิ่งนัก ก่อนจะหยุดพักรับประทานกลางวันกันที่โรงเรียนวาวีวิทยาคม ในช่วงเที่ยงพอดี
กฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการ วช.กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางไปดูงานบนพื้นที่ดอยวาวีแห่งนี้ว่า เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบนำร่องที่ประสบผลสำเร็จจากจำนวนทั้งสิ้น 11 ชุมชน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ หลังจากที่ วช.ร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำโครงการวิจัยชุมชนต้นแบบนำร่องในการพัฒนาองค์ความรู้ไปสู่สังคมอุดมปัญญาเพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ (การกำหนดประเด็นปัญหาของการวิจัย) กลางน้ำ (การดำเนินการวิจัย) และปลายน้ำ (การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์)
"ที่เชียงรายเราได้ดำเนินการโครงการสร้างต้นแบบชุมชน เศรษฐกิจสังคมฐานความรู้อยู่ในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ 5 แห่งด้วยกัน คือ ชุมชนผู้ผลิตชาวาวี ต.วาวี อ.แม่สรวย ชุมชนผู้ผลิตส้มเขียวหวาน ต.วาวี อ.แม่สรวย ชุมชนผู้ผลิตกาแฟ ดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย ชุมชนผู้ผลิตส้มโอ อ.เวียงแก่น และชุมชนผู้ผลิตสับปะรด ต.นางแล มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการนำองค์ความรู้จากผลการวิจัยไปสู่ท้องถิ่นอื่นๆ ต่อไป" รองเลขาธิการ วช.กล่าว
ในขณะที่ ศุภชัย โพธิ์สุวรรณ ประธานชุมชนผู้ผลิตชาคุณภาพปลอดภัย แกนนำคนสำคัญในการสร้างชุมชนเข้มแข็งบนดอยวาวี กล่าวเสริมว่า ชุมชนบนดอยวาวีแห่งนี้มีความหลากหลายของชนเผาถึง 13 เผ่า มีศาสนาที่ชาวบ้านนับถือ 4 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ อิสลาม และนับถือผี แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ส่วนหนึ่งก็เพราะเด็กนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้มีส่วนช่วยในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อการได้มาซึ่งประโยชน์สุขของคนในชุมชนบนดอยวาวี
"อย่างการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะนำไปส่งเสริมชาวบ้านบนดอยนั้น จะต้องมาเริ่มที่โรงเรียนนี้ก่อน สอนให้เด็กนักเรียนทำ พอเขาทำเป็นแล้วจะนำกลับไปทำเองที่บ้านแล้วก็สอนพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย เราไม่ต้องไปสอน คนบนดอยมีถึง 13 เผ่า พูดกันหลายภาษา หลากหลายวัฒนธรรม ถ้าให้เราไปสอนเองทั้งหมด คงไม่ไหว บางภาษาเราก็ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ออกเหมือนกัน" ประธานชุมชนคนเดิมเผย
หลังได้รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากนั้นทั้งหมดก็ลงพื้นที่เพื่อดูของจริง โดยจุดแรกเป็นโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชุมชน ที่ดำเนินการโดยคนในชุมชน โดยปุ๋ยที่ได้จะนำไปใส่ต้นชาแทนปุ๋ยเคมี ที่นับวันมีราคาแพงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายทั้งตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภคชาด้วย
จากนั้นก็มาดูไร่ชาอู่หลงก้านอ่อนแปลงแรกในประเทศไทยของคุณประเสริฐ พิทักษ์วาวี บนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ ที่การดูแลในทุกขั้นตอนใช้อินทรีย์ 100% หรือเกษตรธรรมชาติ ปลอดสารเคมีทุกชนิด ตั้งแต่การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การป้องกันโรคและแมลงที่มาทำลายก็ใช้แบบชีววิธี ซึ่งก็ใช้เวลาดูแลแปลงชาอยู่พอสมควร ก่อนทั้งหมดจะขึ้นสู่ดอยช้างเพื่อเยี่ยมชมไร่กาแฟและกระบวนการผลิตกาแฟสำเร็จรูปในทุกขั้นตอน
พอตะวันคล้อยบ่ายเราก็ออกจากดอยวาวีเพื่อมุ่งสู่ดอยช้างระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แต่ก็ใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมง ด้วยเส้นทางที่คดเคี่ยวทำให้รถทำความเร็วไม่ได้ และทันทีที่ถึงศูนย์การเรียนรู้การปลูกและแปรรูปกาแฟอาราบิก้าบนที่สูงดอยช้าง โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกันศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เราก็ได้กลิ่มหอมกรุ่นของกาแฟพันธุ์ดีของไทยที่ได้รับรางวัลระดับโลกขึ้นมาทันที
"กาแฟดอยช้างของเราเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดกาแฟโลกที่ประเทศแคนาดา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ดูจากเกณฑ์การพิจารณา คะแนนเต็ม 100 ของเราได้ถึง 97 คะแนน จากการตัดสินของคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกาแฟจากหลายประเทศทั่วโลก จึงมั่นใจได้เลยว่ากาแฟดอยช้างของไทยเป็นกาแฟที่มีรสชาติดีที่สุดในโลก ถ้าใครสนใจกาแฟดอยช้างโทร.08-6189-3681 "ชยพล กู่แก้วเกษม" ประธานชุมชนผู้ผลิตกาแฟดอยช้างกล่าวยืนยัน
หลังทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟดอยช้างกันอย่างหนำใจแล้ว จากนั้นคุณชยพลก็นำไปดูกระบวนการผลิตอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน เริ่มจากการเก็บเมล็ดกาแฟจากต้นกาแฟ แล้วมาทำความสะอาด ก่อนเข้าสู่กระบวนการตากแห้งแล้วนำมากะเทาะเปลือกคั่วบดละเอียด ก่อนบรรจุถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป
นี่เป็นส่วนหนึ่งของทริปพิเศษในโครงการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในพื้นที่ จ.เชียงราย ในฐานะชุมชนนำร่องต้นแบบ ก่อนขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป



