
คนรักหมา - เมื่อหมาพาเพื่อนไปหาหมอ
เรื่องหมาเก่งที่จะเล่าต่อไปนี้ต้องออกตัวกันไว้ก่อนว่าไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ ฯลฯ แต่รับรองว่าเป็นเรื่องจริง ไม่เหมือนเรื่องราวสุดแสนพิสดารของนักแสดงคนนั้นที่เผลอจินตนาการเขียนบทให้ตัวเองเสียจนลืมเรื่องจริงไปเลย
เป็นเรื่องของหน่วยงานตำรวจสุนัขของฝรั่งประเทศหนึ่ง ขณะที่กำลังนำสุนัขออกฝึกในภูมิประเทศจริง ปรากฏว่าสุนัขตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บถูกลวดหนามบาดเอากลายเป็นแผลฉกรรจ์ต้องรีบนำตัวไปหาสัตวแพทย์โดยด่วน
ก็นับว่าเป็นโชคของสุนัขตัวนั้น เพราะหมอจัดการห้ามเลือดและเย็บแผลให้อย่างทันท่วงทีก่อนที่เลือดจะไหลหมดตัว หมาตัวนั้นจึงรอดชีวิตมาได้
เรื่องราวก็น่าจะจบลงแค่นั้น ทั้งตัวเจ้าหน้าที่ทั้งคุณหมอก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น
จนกระทั่งอีกปีหนึ่งต่อมา...
ขณะที่คุณหมอกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านซึ่งทำเป็นคลินิกรักษาสัตว์ไปด้วย ก็ได้ยินเสียงเหมือนใครมาเคาะประตูบ้านจึงรีบเดินไปเปิดประตู ครั้งแรกก็แปลกใจเพราะไม่เห็นมีใครสักหน่อยแต่เมื่อเหลือบมองไปตามเสียงที่ดังมาจากเบื้องล่าง
ก็จำได้ทันทีว่าเป็นสุนัขตัวที่คุณหมอเคยรักษาบาดแผลจากลวดหนามให้เมื่อปีที่แล้วนั่นเอง จึงรีบทักทายตามประสาคุณหมอใจดี เจ้าหมาตัวนั้นก็กระดิกหางทำท่านอบน้อมตามภาษาของพวกมัน ตอนนี้เองที่คุณหมอถึงสังเกตเห็นว่า มันไม่ได้มาตัวเดียวแต่มีเพื่อนมาด้วยกัน!!
ตอนแรกทีเดียวคุณหมอก็พูดกับมันว่า อ้าว...พาใครมาด้วยล่ะน่ะ...แฟนหรือไง? แต่เมื่อสังเกตต่อไปจึงเห็นว่าเป็นตัวผู้เหมือนกัน ขณะที่เจ้าหมาตัวที่หมอรู้จักก็ทำท่าทางต่างๆ เหมือนพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง
ภรรยาคุณหมอที่ออกมาสมทบด้วยพยายามช่วยตีความว่าหมาพยายามจะสื่อสารอะไร จนในที่สุดคุณหมอก็เฉลียวใจแล้วทรุดตัวลงนั่งสำรวจร่างกายของหมาตัวที่ถูกพามาให้รู้จักอย่างละเอียด
ครู่เดียวก็พบบาดแผลขนาดพอสมควรที่ขาด้านหลังของหมาที่ถูกพามา
ทั้งหมอและภรรยาจึงถึงบางอ้อว่า....อ๋อ...หมาตัวที่เคยให้หมอรักษาบาดแผลเมื่อปีก่อนนำเพื่อนหมาที่ได้รับบาดเจ็บมาให้หมอช่วยรักษาให้นั่นเอง
แน่นอนว่า หมอไม่เสียเวลาสอบถามว่าแล้วจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลกันอย่างไร (วะ) มีบัตรทอง 30 บาท รักษาได้ทุกเรื่องหรือเปล่า รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาซักถามประวัติ ฯลฯ เหมือนหมอรักษาคนในบางประเทศ แต่รีบนำตัวเข้าบ้านแล้วทำการรักษาพยาบาลอย่างสุดฝีมือทันที จนปลอดภัยแล้วลาหมอกลับบ้านกันเองสองตัวในที่สุด
จากนั้นก็นำเรื่องนี้มาเล่าให้หน่วยสุนัขฟังจนถูกเล่าต่อกันแบบปากต่อปากในเวลาต่อมา



