ไลฟ์สไตล์

เตรียมจัดงานอุบลฯเอ็มไอซีทีสร้างคนสร้างชาติ

เตรียมจัดงานอุบลฯเอ็มไอซีทีสร้างคนสร้างชาติ

15 ม.ค. 2553

กระทรวงไอซีทีจับมืออุตสาหกรรม จัดงานเอ็มไอซีที สร้างคนสร้างชาติ เชื่อผู้ชมงานกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดเฉียดร้อยล้านบาท

นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดงาน MICT สร้างคน สร้างชาติ ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งการเผยแพร่ความรู้ด้านอาชีพให้แก่ประชาชน ในหลายจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา อาทิ จ. นครราชสีมา หนองคาย เชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้นำความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนการอบรมเพื่อฝึกอาชีพไปพัฒนาต่อยอดและสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและสังคม

 ขณะเดียวกันชาว จ.อุบลราชธานี ได้เรียกร้องให้มีการจัดงานดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสดีดังกล่าวบ้าง ดังนั้นตนจึงได้ประสานงานไปยังทั้ง 2 กระทรวงตามที่ประชาชนได้เรียกร้อง กระทั่งทางกระทรวงได้ตกลงที่จะจัดงานดังกล่าวขึ้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยร่วมกับ อบจ.อุบลราชธานี และบริษัท ข่าวสด มติชน จำกัด (มหาชน) ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน จัดงาน "อุบลราชธานี MICT สร้างคนสร้างชาติ" ขึ้นในระหว่างวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์โอท็อปเซ็นเตอร์ (ข้างหอนาฬิกา)

 โดยการจัดงานดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมนิทรรศการและรับความรู้ ตลอดจนการฝึกอบรมอาชีพต่างๆ ฟรี โดยแยกเป็นห้องอบรมสำหรับผู้สนใจด้านไอซีทีและอินเทอร์เน็ต 2 ห้อง, ห้องอบรมเกี่ยวกับการประกอบคอมพิวเตอร์ การถอด-ประกอบโทรศัพท์มือถือและนาฬิกา 1 ห้อง ,การอบรมทำเทียนหอม 1 ห้อง , การอบรมอาชีพด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเสริมรายได้ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับโอท็อป และเอสเอ็มอี ตลอดจนการสาธิตและฝึกเรียนรู้ด้านการทำข่าว และนำเสนอข่าวของเยาวชน และการถ่ายทอดความรู้ด้านการสร้างเกมส์คอมพิวเตอร์ สำหรับเยาวชนที่รักการเล่นเกมส์เพื่อสร้างอาชีพ โดยจะมีเยาวชนที่เคยติดเกมส์คอมพิวเตอร์และหันมาเอาดีด้านการสร้างเกมส์คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างรายได้มาบรรยายพิเศษโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการตอบปัญหาชิงรางวัลจำนวนมาก

 นายสิทธิชัย กล่าวต่อไปว่า งานนี้นอกจากจะเป็นการรวบรวมความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาให้กับชาว จ.อุบลฯ และ จังหวัดใกล้เคียงได้รับความรู้ฟรีอย่างมากมายแล้ว ยังมีการฝึกอาชีพที่ผู้ผ่านการฝึกอาชีพระยะสั้นภายในงานที่สนใจเงินกู้เงินลงทุนทางผู้จัดงานสามารถให้กู้ยืมภายในงานได้ทันทีจำนวน 50,000 บาท เพื่อให้ประชาชนได้นำไปลงทุนประกอบอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยี 3 จี ที่จะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในอนาคตอันใกล้ มีการจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากบริษัทในเครือสหพัฒนพิบูล ซึ่งเป็นสินค้าราคาโรงงาน อาทิ น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 5 บาท , ไข่ไก่ฟองละ 1 บาท เป็นต้น

 ทั้งนี้เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนลง นอกจากนี้ประชาชนที่มาร่วมงานยังจะมีโอกาสได้รับชมทรัพย์สินที่มีค่าของแผ่นดิน ซึ่งกรมธนารักษ์จะนำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นสิ่งของโบราณของชาติหาชมได้ยากและประเมินค่ามิได้ อันจะทำให้ประชาชนชาวไทยเกิดความภาคภูมิใจในชาติ อาทิ เครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตและปัจจุบัน เป็นต้น ที่สำคัญภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมกับการลงนามถวายพระพรอิเลคทรอนิกส์ , การมอบหนังสือให้แก่โรงเรียนต่างๆ ของ บริษัท ข่าวสด-มติชน , การมอบกล้าไม้สัก จำนวน 1 แสนต้นของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้แก่ อบจ.อุบลราชธานี และการมอบลำมันสำปะหลังสายพันธุ์ดีจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 5 แสนลำเพื่อให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกสร้างรายได้

 ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้มาร่วมงานมีสิทธิ์ชิงรางวัลจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค เช่น จักรยานยนต์ ทีวีสี และอื่นๆ โดยผู้มีสิทธิ์รับรางวัลจะต้องแสตมป์พาสปอร์ตชมงานตามจุดต่างๆ ให้ครบทุกจุดที่กำหนด และยังมีคูปองรับประทานอาหารฟรีสำหรับเด็กเยาวชนที่เข้าร่วมชมงานครั้งนี้ด้วย

 นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ถือเป็นงานใหญ่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นใน จ.อุบลราชธานี อีกงานหนึ่ง ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดใน จ.อุบลฯ เกือบ 100 ล้านบาท และนับเป็นโอกาสทองของชาวอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงที่จะมีโอกาสได้สัมผัสใกล้ชิดกับการจัดงานแสดงเทคโนโลยีและความรู้ด้าน IT ระดับประเทศเช่นนี้

 เพราะนอกจากจะมีความรู้มากมายถ่ายทอดให้ประชาชนได้รับทราบในงานนี้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นช่องทางการสร้างอาชีพใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการประกอบอาหาร ด้านไอที และอื่นๆ อีกมากมาย  จึงไม่อยากให้ประชาชนพลาดโอกาสในงานนี้ เนื่องจากเชื่อว่าหากได้เข้าร่วมชมงานนี้แล้วจะเกิดความคุ้มค่าต่อการพัฒนาความรู้และการประกอบอาชีพในอนาคต