ไลฟ์สไตล์

ครูไทยสู่ประชาคมอาเซียนต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่

ครูไทยสู่ประชาคมอาเซียนต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่

15 ม.ค. 2553

กำหนดเป้าหมายผลิตครูชัดเจน หวั่นปริมาณมากเกินไป ย้ำจำเป็นต้องมีสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ด้านรองเลขากกอ.แนะครูไทยต้องเตรียมเด็กไทยตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมจนถึงอุดมศึกษา โดยสร้างความพร้อมเด็กไทยให้รู้จักภาษาอย่างน้อย 3 ภาษา คือ ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และภาษ

 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2553 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวอภิปรายเรื่อง “ครูไทยในอนาคตสู่ประชาคมอาเซียน” ว่า ภาพลักษณ์ของครูในสังคมไทยปัจจุบัน มี 3 ภาพคือ ครูที่ลงโทษนักเรียนด้วยความรุนแรงซึ่งเห็นเป็นข่าวเป็นระยะๆ ,ครูที่รักศิษย์เหมือนลูกของตนเอง ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในสังคมไทย และครูที่สนใจการเมือง ก่อสร้างสมาคม สมาพันธ์ เพิ่ออุดมการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตามปัญหาที่ท้าทายวิชาชีพครูก็คือ ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า จะมีครูที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะบรรจุครูรุ่นใหม่ ปีละ 30,000 คน

 ทั้งนี้ สิ่งที่ควรทำคือ การกำหนดเป้าหมายในการผลิต เพื่อไม่ให้การผลิตครูมีปริมาณมากเกินไป ซึ่งจำเป็นต้องมีหน่วยงานกลางในการกำหนดเป้าหมายและจำกัดการผลิตครู อาทิ สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ซึ่งยังไม่สามารถจัดตั้งได้ ก็ต้องผลักดันกันต่อไป ประการต่อมาคือ การวางระบบการพัฒนาครู โดยช่วง 5-10 ปีของการเป็นครูใหม่ เป็นช่วงการฟูมฟัก

  โดยครูเก่าต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงครูรุ่นใหม่ ต่อมาคือช่วงการพัฒนาวิชาชีพครู ใช้เวลา 10-15 ปี เป็นเวลาที่ครูทำผลงานทางวิชาการ และช่วงสุดท้าย เป็นช่วงการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับครูรุ่นใหม่ หากทำได้เช่นนี้ เราจะมีครูที่มีคุณภาพอยู่ในระบบการศึกษาตลอดเวลา นอกจากนี้ควรมีการปรับโครงสร้างเงินเดือนครู ให้เหมาะสมกับสภาพสังคม โดยเฉพาะช่วงแรกๆของการเป็นครูนั้น ควรมีเงินเดือนที่มากเพียงพอให้ครูสามารถเลี้ยงครอบครัวได้

 ด้าน รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งช่วงเวลาที่มีอยู่ก็น้อยมากที่จะเตรียมคนไทย แต่ครูไทยก็ต้องเตรียมเด็กไทยตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมจนถึงอุดมศึกษา โดยสร้างความพร้อมเด็กไทยให้รู้จักภาษาอย่างน้อย 3 ภาษา คือ ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาทางการที่จะใช้ในการสื่อสารในประชาคมอาเซียน ซึ่งต้องใช้ในการสื่อสารได้ดี และภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม เรียนภาษาไทย จำนวนมาก ในขณะที่คนไทยเรียนภาษาเพื่อนบ้านน้อยมาก

 อย่างไรก็ตาม ต้องสอนลูกศิษย์ของเราให้รู้จักการปรับตัวในสังคมใหม่ ไม่เอาเปรียบคนอื่น และไม่ถูกคนอื่นเอาเปรียบ ทั้งนี้การเก่งด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว ยังไม่พอ ต้องรู้จักความผิดหวัง เพราะเราพบว่า เด็กเก่งผิดหวังไม่เป็น เมื่อผิดหวังก็ทนไม่ได้