
7นศ.ปทุมวันคอตกเข้าเรือนจำศาลไม่ให้ประกัน
7 นักศึกษาปทุมวัน คอตกเข้าเรือนจำศาลไม่ให้ประกัน ชี้พฤติการณ์ทำผิดร้ายแรง ทำร้ายคนบริสุทธิ์ เกรงหากปล่อยตัวจะหลบหนี ทำผิดซ้ำ
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 16.30 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง มีคำสั่งยกคำร้องที่นายกรีฑาพล พุ่มพวง อายุ 21 ปี นายโฆษิต อินทระสูตร อายุ 26 ปี และนายปรีชา สุขเมฆ อายุ 25 ปี 3 ใน 7 นักศึกษาปทุมวันผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ ที่ยื่นขอประกันตัว ซึ่งใช้เงินสดและกรมธรรม์ประกันอิสรภาพเป็นหลักทรัพย์ โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์ผู้ต้องทั้ง 7 แล้วเห็นว่าเป็นการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ โดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง กรณีถือว่าเป็นภัยร้ายแรง
อีกทั้งหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปก็จะเป็นแบบอย่างว่า แม้กระทำการร้ายแรง แต่ยังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือกระทำผิดซ้ำอีก กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยตัวชั่วคราว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาลยกคำร้องประกันตัวแล้วก็ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ฝากขัง7นศ.ปทุมวันตร.ค้านประกันตัวเร่งล่ามือหัวโจ๊ก
ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มกราคม พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน และ พ.ต.ท.ณพงศ์ กปิตถัย พนักงานสอบสวน (สบ 2)สน.ปทุมวัน ทำการเบิกตัว นายเช็ค นาคลดา อายุ 23 ปี นายยุรนันท์ ชันสุระ อายุ 21 ปี นายฉัตรชัย ประดับธนกิจ อายุ 22 ปี นายกรีฑาพล พุ่มพวง อายุ 21 ปี นายโฆษิต อินทรสูตร อายุ 26 ปี นายปรีชา สุขเมฆ อายุ 25 ปี และ นายกิตติพงศ์ แจ้งเสมอ อายุ 21 ปี ทั้งหมดเป็นนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันพยายาฆ่า จากกรณีรุมทำร้ายร่างกาย นายเกษม เทพไทย อายุ 27 ปี พนักงานซ่อมโทรศัพท์มือถือ และเจ้าหน้าที่ รปภ.ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดด้านหน้าห้างสรรพสินค้ามุญครอง เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ปทุมวัน ขึ้นรถไปขออำนาจศาลฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยพนักงานสอบสวนได้ทำบันทึกแนบท้ายคำร้องขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ให้ศาลพิจารณาอีกด้วย
พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่า การส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ไปฝากขังเป็นผลัดแรกวันนี้พนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องคัดค้านการให้ประกันตัวไปด้วยเนื่องจากมีพฤติกรรมอุกอาจ กระทำต่อผู้เสียหายในที่สาธารณะทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ประกอบกับเกรงว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะไปคุกคามอิสรภาพของผู้เสียหายอีก ซึ่งหลังจากนี้ก็คงจะไม่รับตัวกลับมาสอบสวนอีกแล้ว แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่าท่านจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่
ส่วนการจับกุมตัวทั้ง 7 คน นั้นตำรวจมั่นใจในพยานและหลักฐานที่มีอยู่ ประกอบด้วย คราบเลือดของผู้เสียหาย และภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้ อีกทั้งระหว่างเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตั้งด่านอยู่ในบริเวณนั้นพอดี จึงถือว่าเป็นการจับกุมตามความผิดแบบซึ่งหน้าตามมาตรา 80 ป.วิอาญา สำหรับการออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุรายต่อไปนั้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีใครบ้าง แต่ตอนนี้อยากได้ตัวผู้ต้องหาคนที่ใช้ไม้ฟาดศีรษะผู้เสียหายก่อนเพราะถือว่าเป็นคนเปิดงานที่สำคัญตำรวจพอทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร หลังจากนี้หากพยานและหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้ตำรวจท้องที่จะดำเนินการกับนักศึกษาช่างกลที่ก่อเหตุตีกันอย่างจริงจังมากแค่ไหน พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่า ตนมองว่านักศึกษาเหล่านี้ทุกคนยังมีอนาคต ยังสามารถทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อีกมาก ติดตรงที่ว่าตำรวจพยายามทำทุกทางเพื่อแก้ปัญหาแล้วแต่นักศึกษาก็ยังไม่ยอมหยุด ทางผู้บังคับบัญชาทั้ง พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) และ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.จึงมีพยายามอย่างแรงกล้าที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งตน และผู้บังคับบัญชายินดีที่จะให้อภัยนักศึกษาทุกคนอยู่แล้ว หากนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปสถานการณ์มีท่าทีที่ดีขึ้นตำรวจก็อาจจะยอมอ่อนข้อใช้ไม้นวมเข้าแก้ปัญหาก็เป็นได้
เมื่อถามถึงกรณีที่ ผบช.น.นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ..ไพศาล กล่าวว่า เมื่อคืนเข้าไปตรวจค้นภายในสถานศึกษาแล้วก็พบแต่เหล้าเบียร์ อาวุธมีด และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการพักผ่อนในพื้นที่ประกอบด้วยเสื้อผ้าและที่นอนเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ผมและผู้บังคับบัญชารู้สึกไม่ดีคือ นักศึกษาเหล่านี้ใช้สถานศึกษาเป็นที่หลับนอนแถมยังทำลายข้าวของเช่น ทุบกระจกห้องประชุมและห้องเรียน เพื่อแอบเข้าไปซ่อนตัวจึงพอคาดเดาได้ว่า นักศึกษาอาจจะใช้สถานที่เป็นแหล่งซ่องสุมจากนั้นพอเวลาตั้งวงดื่มเหล้าจนเมาแล้วค่อยออกไปจับกลุ่มกันก่อเหตุ
ความคืบหน้าอาการเหยื่อนักเรียนช่างกลปทุมวัน
ที่โรงพยาบาลตำรวจ น.ส.ใคริกา หาญรินทร์ อายุ 26 ปี เเฟนสาวของนายอักษร เทพชัย ช่างซ่อมโทรศัพทืมือถือห้างมาบุญครองเหยื่อที่โดนนักศึกษาช่างกลปทุมวันรุมทำร้าย บาดเจ็บสาหัสเมื่อคืนวันที่13 ที่ผ่านมาเปิดเผยว่า ตอนนี้อาการของนายอักษรพ้นขีดอันตรายเเล้ว พูดคุยได้ปกติ แต่ยังมีอาการปวดบริเวณเเผลที่เย็บอยู่ เเพทย์ผู้รักษาอาการยังงดน้ำเเละอาหาร ซึ่งเเพทย์ได้ทำการผ่าตัดแผลถูกเเทงที่ท้องเพื่อจะเอาเลือดที่ยังตกค้างอยู่ออกเเละเย็บเเผลที่ลำใส้ให้ติดกันรวมแล้วกว่า 200เข็ม ส่วนแผลบริเวณหลัง ขาและที่ไหล่ตอนนี้มีอาการดีขึ้นมาก ไม่ค่อยมีปัญหา
น.ส. ใคริกา กล่าวต่อว่า "ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าจะเกิดกับคนใกล้ตัว อยากให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้จำกัดบริเวณให้เขาอยู่ให้เป็นที่ ไม่อยากให้เด็กน.ศ.เหล่านี้ไปก่อเหตุกับผู้บริสุทธ์รายอื่นๆอีก โชคดีที่เเฟนของเราไม่ได้เสียชีวิต และถ้าไปเกิดกับครอบครัวคนอื่นครอบครัวเขาจะเป็นยังไง อยากให้น.ศ.นึกถึงใจคนอื่นบ้างไม่ใช่คิดเเต่จะตีกันอย่างเดียว หากเรื่องแบบนี้ไปเกิดกับญาติพี่น้องของตัวเองอยากรู้ว่าพวกเค้าจะรู้สึกยังไง "
ด้านนายอักษร เทพชัย กล่าวว่า อยากให้น.ศ.ถามไถ่ก่อนว่าเราเป็นใคร ไม่ใช่ว่าอยุ่ดีๆก็เข้ามารุมทำร้ายกันอย่างเดียว
"ผมเองก็ได้ตะโกนบอกไปหลายรอบเเล้วว่าไม่ได้เรียนเเล้วแต่พวกเค้าไม่ยอมฟังเลย รุมเเต่จะทำร้ายอย่างเดียว ผมอยากให้น.ศเหล่านี้รุ้ว่าเราเป็นคนบริสุทธิ์ ไม่ใช่คู่อริ และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ไปเกิดกับใครอีกไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์คนอื่นโดนเเบบผม" นายอักษร กล่าว



