ไลฟ์สไตล์

ท้องฟ้าเป็นใจแห่ชมสุริยุปราคาเห็นนานสุด3ชม.

ท้องฟ้าเป็นใจแห่ชมสุริยุปราคาเห็นนานสุด3ชม.

15 ม.ค. 2553

ท้องฟ้าเป็นใจทั่วไทยแห่ชมสุริยุปราคาบางส่วนยาวนานที่สุดในรอบพันปี ประชาชน นักเรียนตื่นเต้นแห่ชมคับคั่ง จุฬาฯ สุดคึกคักตั้งกล้องโทรทรรศน์ 50 ตัว จับตา 3 ชั่วโมง ขณะที่หลายจังหวัดบูชาราหูและสะเดาะเคราะห์ วันเกิดสุริยคราส ส่วนภาคใต้เมฆไม่เป็นใจมองไม่เห็น

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวนสร้างความตื่นตัวให้นักวิทยาศาสตร์และประชาชนชาวไทยจำนวนมาก โดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดในครั้งนี้นับว่ายาวนานที่สุดในรอบสหัสวรรษที่ 3  ระหว่างปี ค.ศ.2000-2999 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการคราสประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที เริ่มต้นที่แอฟริกา ผ่านคิงโก อูกันดา เคนยา และโซมาเลีย จากนั้นจึงเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย ทวีปเอเชีย บังกลาเทศ อินเดีย พม่า และจีน และในส่วนของประเทศไทยจะสังเกตเห็นสุริยุปราคาแบบบางส่วนได้จากทั่วทุกภูมิภาคในเวลาที่แตกต่างกัน ล่าสุดมีประชาชน นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ และนักเรียนทั่วประเทศแห่ชมปรากฏการณ์ครั้งนี้กันอย่างเนือนแน่น

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มกราคม เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวน ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทยประชาชนทั่วประเทศไทยเริ่มมองเห็นสุริยุปราคาได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ไปจนถึงเวลา 17.00 น. โดยปรากฏการณ์ครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งสภาพอากาศในวันนี้แม้ท้องฟ้าจะมีเมฆบ้าง แต่ประชาชนยังสามารถดูสุริยุปราคาได้ค่อนข้างชัดเจน ส่วนจังหวัดที่จะดูได้นานที่สุดคือ จ.แม่ฮ่องสอน

 อย่างไรก็ตามหลังปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง ดวงจันทร์ได้เคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์ 1 ใน 3 ส่วนของพื้นที่ จากนั้นในเวลา 15.30 น. ดวงอาทิตย์ถูกบดบังไปเกินครึ่งดวง แต่ไม่ทำให้แสงแดดลดความแผดกล้าลง ซึ่งผู้ชมสุริยุปราคาต่างดีใจที่ได้เห็นปรากฏการณ์ในครั้งนี้ และรอชมไปจนสิ้นสุดในเวลา 17.00 น.

คนกรุงคึกคักเต้นรำไล่ราหู

 ส่วนบรรยากาศการชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาในที่ต่างๆ ทั่วประเทศต่างเป็นไปอย่างคึกคัก เริ่มที่กรุงเทพมหานคร บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) จัดกิจกรรมเฝ้าชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา "มหกรรมสุริยุปราคา 15 มกราคม 2553" พร้อมเตรียมตั้งกล้องโทรทรรศน์ แผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์ เพื่อให้บริการแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมชมสุริยุปราคาร่วมกัน

 ทั้งนี้ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์และประชาชนสนใจชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนกว่า 500 คน โดยคราสเริ่มบังดวงอาทิตย์ในเวลา 14.00 น. ซึ่งสร้างความตื่นเต้นแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดคราสบังมากที่สุด 57.3% ในเวลา 15.37 นาที จากนั้นได้สิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 16.58 น. อย่างไรก็ตามท่ามกลางบรรยากาศการชมปรากฏกาณ์สุริยุปราคา มีการแสดงเต้นประกอบเพลง ขับไล่ราหู โดยนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากความเชื่อเดิมของคนไทยที่ว่าการเกิดสุริยคราสหรือราหูอมจันทร์ แสดงถึงลางไม่ดี จึงต้องตีเกราะเคาะไม้ เพื่อขับไล่ราหูออกจากดวงอาทิตย์

จุฬาฯ เตรียมกล้องบริการ

  นาวาเอกฐากูร เกิดแก้ว หัวหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) กล่าวว่า ปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้สามารถเห็นได้ชัดเจนที่สุดและนานที่สุด ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. โดยปรากฏการณ์ครั้งนี้ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก

 "อุปกรณ์ที่ใช้สังเกตปรากฏการณ์ครั้งนี้ ผู้จัดงานเตรียมกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง กล้องโทรทัศน์แบบสะท้อนแสง และแผ่นกรองแสงอาทิตย์กว่า 50 ตัว รวมถึงแผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์กว่า 1,000 แผ่น ให้บริการแก่คนทั่วไป" ผู้ร่วมจัดงาน กล่าว
 
แม่ฮ่องสอน นร.ตื่นเต้นแห่ชม

 ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน นักเรียนจากโรงเรียนห้องสอนศึกษา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวนมากออกจากห้องเรียนเพื่อดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา โดยอาจารย์แต่ละชั้นเรียนเตรียมฟิล์มกรองแสง มาให้นักเรียนส่องดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซึ่งเด็กนักเรียนต่างแสดงความดีใจเนื่องจากโอกาสที่เห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีขึ้น

 น.ส.ชาลิสา เลาน้อย นักศึกษา ม.5/2 โรงเรียนห้องสอนศึกษา จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า  ปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มองเห็นอย่างชัดเจนโดยผ่านฟิล์มกรองแสง และโชคดีที่ได้เห็นเป็นจังหวัดที่สองของประเทศ ขณะนี้กำลังศึกษาวิชาดาราศาสตร์และสังคมอยู่พอดี ซึ่งก็จะได้นำไปรายงานให้อาจารย์ที่สอนในวิชาดาราศาสตร์และสังคมต่อไป

พิษณุโลกบูชาราหูสะเดาะเคราะห์

 เช่นเดียวกับที่ จ.พิษณุโลก เมื่อเวลา 12.59 น. ที่วัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วัดราชบูรณะจัดพิธีเสริมบุญ หนุนดวง เสริมทรัพย์เสริมบารมี และพิธีบูชาราหูในวันเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาตามหลักความเชื่อโบราณ เพื่อเป็นสิริมงคล ร่วมทั้งพิธีสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาให้แก่ประชาชนชาวพิษณุโลกมาร่วมพิธีอย่างคับคั่งประมาณ 500 คน โดยมีนางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมพิธีบูชาราหูครั้งนี้ด้วย

 หลังจากเสร็จพิธี ได้มีพิธีเสริมบารมี เสริมดวง และหนุนดวง โดยมีพระสงฆ์ 9 รูป นั่งเจริญพระคาถาโพธิบาท เจริญเมตาธรณีสุตคาถา ผู้ที่มาร่วมพิธีได้นำสายสิญจน์พันไว้ที่ศีรษะ พร้อมกับให้สวดพระคาถาตามกำลังวันเกิดของแต่ละคน ซึ่งทางวัดจะมีบทสวดให้ทุกคน หลังเสร็จพิธีเจ้าอาวาสจะมอบเหรียญราหูอมจันทร์ซึ่งผ่านพิธีประกอบพุทธาภิเษกเรียบร้อยแล้วให้ทุกคนที่เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไป

ม.นเรศวรเตรียมกล้องให้นิสิตดู

 วันเดียวกัน ที่ตึกภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ดร.อมรรัตน์ อังเวโรจน์วิทย์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกซ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเจ้าหน้าที่ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว และกล้องหักเหแสงขนาด 4 นิ้ว จำนวน 2 ตัว เพื่อเปิดให้นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปมาชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา โดย จ.พิษณุโลกเริ่มเกิดสุริยุปราคาเวลา 14.01 น. และสิ้นสุดเวลา 17.01 น.

 ดร.อมรรัตน์ กล่าวว่า ปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้จะทำให้นักวิทยาศาสตร์และผู้ที่สนใจสามารถศึกษาปรากฏการณ์จุดดำของดวงอาทิตย์ และระบบสุริยะของดวงอาทิตย์มากยิ่งขึ้น โดยปรากฏการณ์ครั้งนี้ประชาชนไม่ควรมองด้วยตาเปล่า เนื่องจากจะทำให้เกิดอันตรายต่อสายตาได้ ดังนั้นควรใช้ฟิล์มเอกซเรย์ หรืออุปกรณ์ที่สามารถดูสุริยุปราคาได้แบบปลอดภัยมากที่สุด

อุตรดิตถ์แห่ชมแน่นสนามกีฬา

 ขณะที่ จ.อุตรดิตถ์ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่สนามกีฬาโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ นายมรกต อารียะ ประธานศูนย์ศึกษาดาราศาสตร์อุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ นำอุปกรณ์สำหรับชมการเกิดสุริยุปราคาวงแหวน มาติดตั้งพร้อมแจกแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ให้แก่นักเรียนที่รอชมปรากฏการณ์ดังกล่าว แม้อุปกรณ์การชมจะไม่เพียงพอและมีอยู่อย่างจำกัด แต่นักเรียนก็เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อขอให้ได้ชม นอกจากนี้นักเรียนยังนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเก็บภาพเคลื่อนไหวผ่านแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ไว้เป็นที่ระลึก
 นายมรกต กล่าวว่า จ.อุตรดิตถ์สามารถชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนได้ตั้งแต่เวลา 14.01 น.ไปจนถึง 17.00 น. นับเป็นความโชคดีที่วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส สามารถชมได้เต็มที่ ซึ่ง จ.อุตรดิตถ์สามารถชมได้ชัดเจนและคราสลึกสุดเวลา 15.40 น. ดวงอาทิตย์จะถูกบังไป 68.6 เปอร์เซ็นต์

ใต้เมฆมากอดชมสุริยุปราคา

 ส่วนที่ภาคใต้ นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา กล่าวว่า สภาพอากาศในภาคใต้จะมีเมฆมากและปกคลุมท้องฟ้าในหลายพื้นที่ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อชมปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเกือบทุกจังหวัดต้องอดชมปรากฏการณ์ในครั้งนี้ เนื่องจากโดยลักษณะของการมองเห็นของภาคมีอัตราน้อยที่สุดประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจังหวัดในภูมิภาคอื่นๆ

 "เนื่องจากสภาพอากาศช่วงนี้มีมรสุมและลมหนาวพัดเข้ามาค่อนข้างแรง ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนจึงเป็นอุปสรรคในการชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ประกอบกับสุริยุปราคาครั้งนี้เป็นแบบวงแหวน หรือแบบบางส่วนเท่านั้นทำให้หลายคนต้องผิดหวัง อย่างไรก็ตามในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ตและ จ.พังงา พอมองเห็นได้บ้างแม้จะไม่มากนัก เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงเวลานั้น และหากอดชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ ต้องรอไปอีก 2 ปี" นายวันชัย กล่าว