ไลฟ์สไตล์

ห้องเรียนร.ร.บ้านอ่าวยางปัญญาเกิดจากป่าชายเลน

ห้องเรียนร.ร.บ้านอ่าวยางปัญญาเกิดจากป่าชายเลน

15 ม.ค. 2553

3 ปีมาแล้วที่โครงการ "ห้องเรียนธรรมชาติ" โรงเรียนบ้านอ่าวยาง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมมือกับ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ จัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนสัมผัสกับธรรมชาติป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด เพื่อสา

 โรจน์วิเชียร เมธาวิชัย อาจารย์ประจำโรงเรียนบ้านอ่าวยาง กล่าวว่า ห้องเรียนธรรมชาติเป็นการเรียนการสอนเชิงบูรณาการให้เข้ากับวิชาเรียนที่หลากหลาย เช่น การวาดภาพทิวทัศน์ของป่าชายเลนเป็นการประยุกต์เข้ากับวิชาศิลปะ หรือถ้าเป็นด้านวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา ก็ได้แก่ กิจกรรมการศึกษาระบบนิเวศรอบป่าชายเลน นักเรียนจะได้รับความรู้คู่กับความสุนทรีย์ และเพลิดเพลินในธรรมชาติ บริษัทเอสเอสไอได้สนับสนุนเรือให้นักเรียนได้ใช้สำหรับการเดินทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน

 กิจกรรมทุกอย่างในป่าชายเลนไม่เพียงแต่สร้างความผูกพันระหว่างเด็กกับธรรมชาติเท่านั้น ยังกระตุ้นให้เด็กเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ด้วย เพราะทุกครั้งที่ได้ล่องเรือศึกษาธรรมชาติ พวกเขาจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด เช่น การดักจับสัตว์น้ำ การสร้างฟาร์มกุ้ง ซึ่งเป็นไปแบบพึ่งพาอาศัยป่าชายเลนทั้งสิ้น เมื่อเด็กได้เห็นภาพดังกล่าวก็จะเกิดกระบวนการคิดหวงแหนพื้นที่การใช้ประโยชน์ของชาวบ้านในชุมชนของพวกเขา

 "การปลูกฝังให้เด็กรักป่าชายเลนก็เท่ากับการปลูกฝังให้เด็กรักในวิถีชีวิตของครอบครัวพวกเขาเอง ดังนั้นถ้าพวกเขาเข้าใจธรรมชาติของป่าก็แสดงว่าเข้าใจการดำรงชีวิตเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเด็กได้เรียนรู้ทุกอย่างครบถ้วน เด็กจะตระหนักดีว่าต้องอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อชีวิตของทุกคนในชุมชน" อ.โรจน์วิเชียร อธิบาย

 ข้าว หรือ ลักขณา บุญโก นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านอ่าวยาง เล่าให้ฟังว่า พื้นที่ป่าชายเลนกว่า 100 ไร่ ที่รายล้อมคลองแม่รำพึง คือแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่ข้าวและเพื่อนใช้สำหรับศึกษาระบบนิเวศทั้งบนพื้นดินและพื้นน้ำ จากการเรียนรู้ดังกล่าวทำให้ ข้าว ทราบว่า พืชในป่าชายเลนนั้นเป็นไม้ไม่ผลัดใบ เช่น โกงกาง ไม้แสม ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำหลากชนิด เช่น กุ้งกุลา ปูดำ ปูแสม และปลากะพงขาว เป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชนบ้านอ่าวยางและสัตว์อื่นๆ ด้วย ข้าวและเพื่อนๆ ทั้งรักทั้งหวงแหนป่าชายเลน 

 "การเรียนแบบอยู่กับสายน้ำ ต้นไม้ และสัตว์ต่างๆ อย่างกุ้ง หอย ปู ปลา ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อค่ะ ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ยิ่งเป็นประโยชน์กับเรามากเท่านั้น เพราะเป็นลูกชาวประมงจำเป็นต้องรู้ว่าพื้นที่ใดมีสัตว์น้ำชุมและโตพอจะให้จับมาเป็นอาหารได้ ส่วนการศึกษาต้นไม้ช่วยให้รู้ว่าชนิดใดเป็นพิษ ชนิดใดเป็นประโยชน์ ซึ่งข้อมูลนี้จำเป็นสำหรับเรา" ข้าวเล่า

 โครงการ "ห้องเรียนธรรมชาติ" โรงเรียนบ้านอ่าวยางขยายหลักสูตรดังกล่าวสู่วงกว้าง โดยการเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สนับสนุนให้นักเรียนเป็นไกด์นำนักท่องเที่ยวชมทิวทัศน์ในป่าชายเลนและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านใน ต.แม่รำพึง เพื่อให้นักเรียนได้ถ่ายทอดความรู้ที่มีสู่คนภายนอก

 "ระหว่างนั่งเรือชมธรรมชาติ ขอความกรุณาพี่ๆ นักท่องเที่ยวทุกคนอย่าทิ้งขยะลงน้ำนะคะ เพราะจะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำในบริเวณนี้" เป็นประโยคคำพูดที่ ปาล์ม หรือ มิราวรรณ สองเมือง ไกด์น้อยชั้น ป.5 บอกนักท่องเที่ยวทุกครั้งก่อนการเข้าสู่เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน เพราะปาล์มต้องการให้นักท่องเที่ยวทุกคนเห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลนเหมือนเช่นเธอ 

 ไม่ว่าเด็กๆ โรงเรียนบ้านอ่าวยางจะใช้พื้นที่ป่าชายเลนเป็นห้องเรียนธรรมชาติ หรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็ตาม แต่สิ่งที่พวกเขามุ่งมั่นทำคือ การอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน อยู่คู่ชุมชนตลอดไป สนใจห้องเรียนธรรมชาติโรงเรียนบ้านอ่าวยาง สอบถามได้ที่ อ.โรจน์วิเชียร โทร.08-5703-5552

0 จารยา  บุญมาก 0
0 ภาพ  สหวิริยาฯ -ร.ร.บ้านอ่าวยาง 0