
หาความสุขจากสิ่งที่รักกับ "นัท" ธนัท ตันอนุชิตติกุล
"หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง แต่ 24 ชั่วโมงของแต่ละคนไม่เท่ากัน" คำพูดจากความคิดของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง "นัท" ธนัท ตันอนุชิตติกุล ลูกชายคนโตของ นิรุฒน์ และ กันทิมา ตันอนุชิตติกุล ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาเป็นอันดับต้นๆ และจากการรู้คุณค่าในเรื่องของ "เวลา
ปัจจุบัน "นัท" รับหน้าที่ดูแลกิจการของครอบครัว ด้วยตำแหน่งประธานกรรมการบริหารถึง 3 บริษัทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เมเจอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ซึ่งเป็นเอเจนซี่ที่ทำตลาดเด็กโดยเฉพาะ การ์ตูนมีเดีย บริหารช่องการ์ตูนคลับ และเอฟ ผู้นำเข้าการ์ตูนญี่ปุ่นรายใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ซึ่งหนุ่มนัทการันตีว่าหากได้ยินชื่อเรื่องการ์ตูนแล้วต้องร้อง...อ๋อ...ชัวร์ ยิ่งถ้าเป็นเด็กๆ ด้วยแล้ว รับรองว่าต้องรู้จักอย่างแน่นอน อาทิ ดราก้อนบอล โคนัน กันดั้ม ไอ้มดแดง ฯลฯ รวมทั้งสารคดี "มหัศจรรย์สัตว์โลก" รายการที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ซึ่งจะเริ่มออกอากาศหลังปีใหม่นี้ และด้วยความที่ต้องคลุกคลีอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องและผูกพันกับเด็กมานาน ทำให้ "นัท" ได้รับเลือกให้เป็นพิธีกรรายการ 50:50 ทางช่อง 3 ซึ่งนัทเล่าว่าแม้จะเป็นรายการใหม่ที่ออกอากาศมาได้ไม่นานนัก แต่ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก
"พอดีทางผมมีการ์ตูนไปลงที่ช่อง 3 อยู่แล้ว พอเขาคิดจะทำรายการนี้ขึ้นมา ซึ่งมันเป็นรายการสำหรับเด็กพอดี เขาเลยนึกถึงผมเพราะผมเคยเป็นพิธีกรรายการเด็ก และผมสามารถคลุกคลีกับเด็กได้ดี พอเข้ามาคุยกันผมก็ตอบรับเลย ตอนนี้ทำมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว ก็ได้รับการตอบรับที่ดี มีคนรู้จักมากขึ้น ไปไหนมีแต่คนชมว่ารูปแบบรายการดี นำเงินรางวัลที่ได้ไปมอบให้โรงเรียนเพื่อทำประโยชน์ต่อไป ถือเป็นรายการที่ช่วยเหลือสังคม ตัวผมเองก็ดีใจที่ได้มีโอกาสทำอะไรดีๆ ให้สังคม" นัทกล่าวด้วยน้ำเสียงอิ่มบุญ
ด้วยบทบาทผู้บริหารที่มีงานล้นมือ ทำให้เขาต้องบริหารเวลาให้สิ่งที่ทำอยู่นั้นออกมาเพอร์เฟกท์ที่สุด และจากการให้ความสำคัญกับเวลานี่เอง ทำให้หนุ่มนัทถึงกับหลงใหลเครื่องบอกเวลาอย่างนาฬิกาข้อมือ ถึงขั้นลงทุนควักกระเป๋าหาซื้อมาเป็นสมบัติส่วนตัวกว่า 10 เรือนทีเดียว หรือจะเรียกว่าเป็นของรักของหวงก็คงไม่ผิดนัก
นัทบอกว่าสมัยวัยรุ่นเป็นคนคลั่งไคล้รถยนต์มาก แต่พอได้คุยกับนักธุรกิจหลายๆ คนก็บอกไปในทิศทางเดียวกันว่า รถยนต์ราคามันจะมีแต่ลดๆ สมชื่อ (พ้องเสียง) ซึ่งก็น่าจะเป็นจริงอย่างที่ใครๆ บอกซะด้วย พออายุประมาณ 17-18 ปี หนุ่มนัทเลยเปลี่ยนใจหันมาให้ความสนใจนาฬิกา เพราะยิ่งเก็บไว้ราคาก็ยิ่งมากขึ้น ด้วยบางเรือนเป็นรุ่นที่หายาก เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น มูลค่าเพิ่มขึ้นตลอด แต่ทั้งนี้หนุ่มนัทยืนยันว่า นาฬิกาที่ซื้อมานั้นไม่เคยคิดขายจะต่อเพื่อหวังผลกำไร แล้วก็ไม่ได้มองนาฬิกาเป็นเหมือนโปรดักส์ เพราะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ และมีคาแรกเตอร์ในตัวเอง ซึ่งนาฬิกาแต่ละเรือนจะสามารถบอกถึงบุคลิกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี
“ผมจะเป็นคนไม่ติดแบรนด์ แต่ละแบรนด์ที่หลงรักคือ หลงรักที่ดีไซเนอร์ผู้สร้างกลไกของแบรนด์นั้น อย่างเรือนที่ใส่อยู่นี้เป็นเรือนที่ชอบมาก ไม่ใช่มีเงินอย่างเดียวจะซื้อได้ เพราะรุ่นนี้และแบรนด์นี้หายากมาก ตัวเรือนทำมาจากทองคำขาว หน้าปัดเป็นไข่มุก และเป็นขนาดโอเวอร์ไซน์ ซึ่งมีแค่ 28 เรือนทั่วโลก และรุ่นนี้มีแค่เรือนเดียวในเมืองไทย ที่ได้มาเพราะเป็นความโชคดีของผมด้วย เพราะคนที่จองไว้เปลี่ยนใจไปเลือกเรือนอื่น พอเห็นแล้วผมหลงรักทันที ตัดสินใจซื้อเลย แบรนด์นี้คนไทยเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่รู้จัก เป็นแบรนด์ที่เกิดไม่นานนี้เอง แต่เป็นแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่ และทุกเรือนที่ผลิตจะเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น เวลาผมใส่เรือนนี้ ผมไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเรือนนี้มีคุณค่ายังไง แต่คิดว่าถ้าเป็นกลุ่มคนที่รักนาฬิกาเห็นเรือนนี้จะต้องหลงรักแน่นอน" หนุ่มผู้หลงใหลเครื่องบอกเวลาแจง
ด้วยความรักและหวงแหนนาฬิกาทุกเรือนที่อยู่ในความครอบครอง หนุ่มนัทจึงมักหาเวลาว่างคอยปัดฝุ่น เช็ดถูอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเรือนที่ใส่ติดข้อมือเป็นประจำ หลังจากใส่แล้ว ก็จะต้องเช็ดทำความสะอาดก่อนเก็บเข้ากล่องทุกครั้ง
“ไบร์ทลิ่งเรือนนี้ ผมซื้อเพราะเมื่อก่อนฝันอยากเป็นนักบิน และไบร์ทลิ่งเป็นนาฬิกาสำหรับนักบินโดยเฉพาะ ซึ่งเรือนนี้จะเอามาใส่บ่อยและสามารถใส่ได้ทุกวัน มาที่แฟรงค์ มูลเลอร์ เรือนนี้เป็นโรสโกลด์ เหมาะกับเชิ้ตกับสูท ส่วนเรือนบริเกต์จะออกแนวสปอร์ต ผมจะใส่เวลาไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา แล้วตอนนี้ก็ดูๆ ไว้อีก 2 เรือน ก็ว่าจะเอามาครอบครองในอนาคตอันใกล้นี้ (หัวเราะ) มันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของผมครับ บางครั้งแค่ได้ดูก็มีความสุขแล้ว เวลาไปร้านนาฬิกาผมสามารถอยู่ได้เป็นวัน สามารถเดินเข้าไปคุยกับผู้จัดการร้าน กับเซลส์ จนเขาบอกว่ารู้ข้อมูลเยอะ แถมบางยี่ห้อผมยังรู้ข้อมูลมากว่าเซลส์ของเขาอีกด้วย และถึงแม้บางเรือนราคาจะค่อนข้างสูง (ลิบลิ่ว) แต่ทุกเรือนผมก็ตั้งใจหาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของผมเอง ผมคิดว่าเราทำงานหนัก การได้ซื้อและได้ใส่ของที่เราชอบก็ทำให้มีความสุขแล้ว" หนุ่มรักนาฬิกากล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม
เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"
ภาพ... "ศุภกฤต คุ้มกัน"



