
"ซัมซุง"เบียดแซงหน้าคู่แข่งมือถือเล็งอัดงบ1พันล้านทำตลาดเชิงรุก
ซัมซุงปลื้มผลวิจัย โชว์ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดมือถือในแง่มูลค่าตลาด แต่ยอมรับในแง่ยอดขายยังเป็นรอง พร้อมอัดงบทำตลาดเต็มที่กว่าพันล้าน ทำการตลาดเชิงรุกต่อเนื่อง
นายมนาเทศ อันนวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากซัมซุงปรับโครงสร้างการขายมือถือมากว่า 2 ปี ปัจจุบันสามารถขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในตลาดมือถือ ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 33% ซึ่งเป็นการอ้างอิงผลสำรวจล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2552 โดยสถาบันวิจัยการตลาดจีเอฟเค
"เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทมีตัวเลขแซงหน้าคู่แข่งขึ้นเป็นเบอร์ 1 ที่ส่วนแบ่ง 32.9% ซึ่งคิดในแง่ของมูลค่าตลาด นับเป็นครั้งแรกในการทำตลาดมือถือในเมืองไทยที่ขึ้นมาเบียดคู่แข่งได้ และคาดว่าเดือนธันวาคม 2552 ที่กำลังจะออกมา จะสามารถขยับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 35% ได้ ขณะที่ยอดขายซัมซุงยังกินส่วนแบ่งตลาดราว 29% เป็นรองคู่แข่งอยู่ แต่คาดว่าตัวเลขจะขยับขึ้นเป็น 31% ในสิ้นปีนี้" นายมนาเทศกล่าว
ทั้งนี้ สินค้าเด่นที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการผลักดันส่วนแบ่งการตลาดให้สูงเกินที่ตั้งเป้าไว้คือ ทัชโฟนในกลุ่มแคนดี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในช่วงปี 2552 ถึงปัจจุบัน มียอดขายมากกว่า 50,000 เครื่องต่อเดือน โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือในกลุ่มทัชโฟน 40% จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 9,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.5 ล้านเครื่อง
นายมนาเทศกล่าวว่า เพื่อสานต่อการเป็นเบอร์ 1 ให้ยั่งยืน บริษัทเตรียมงบทำการตลาดไว้กว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อทำตลาดเชิงรุกผ่านทุกสื่อในเมืองและต่างจังหวัด และตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2553 ส่วนธุรกิจมือถือจะสามารถทำรายได้ราว 1 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีงบการตลาด 600-700 ล้านบาท และยอดรายได้ 6-7 พันล้านบาท
นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 30-40 รุ่น ซึ่งกว่าครึ่งจะเป็นทัชโฟนที่ตอบสนองความต้องการทุกกลุ่มลูกค้า ล่าสุดได้เปิดตัวทัชโฟน วัน ซึ่งมีราคาถูกสุดในกลุ่มทัชโฟนอินเตอร์แบรนด์ ด้วยระดับราคา 4,290 บาท
ขณะที่รายงานข่าวจากโนเกีย ระบุว่า โนเกียยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดไทย ทั้งมูลค่าตลาด และยอดขาย ทั้งยังเดินหน้าทำตลาดตามแผน พร้อมทั้งเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ๆ และมีแคมเปญการตลาดใหญ่ๆ ต่อเนื่อง



