
จุรินทร์สั่งปทุมวัน-อุเทนฯส่งชื่อนศ.กลุ่มเสี่ยงให้ตร.
"จุรินทร์"สั่งปทุมวัน-อุเทนถวายส่งชื่อนศ.กลุ่มเสี่ยงให้ตำรวจนครบาล งัด 2 มาตรการแก้ปัญหา ชี้ไม่มีสถานภาพนศ.เคยก่อเหตุรุนแรงห้ามเข้าสถาบัน พร้อมตั้งกล้องวงจรปิด จี้สถาบัน-สภาสถาบันรับผิดชอบนศ.ก่อเหตุทำร้ายผู้อื่น "ชัยวุฒิ"จี้ผู้บริหารปทุมวันฯลงโทษโดยเฉ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2553 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันถูกยิง ว่า ได้ติดต่อกับผู้กำกับสถานีปทุมวันและได้รับรายงานว่าคดีนี้มีความคืบหน้า แต่เป็นเรื่องภายในที่ตำรวจเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะไหวตัว ขณะนี้มีข้อมูลพอสมควรแล้ว ถ้าชัดเจนเมื่อไหร่จะออกหมายจับ หากเกี่ยวข้องกับสถาบันใดสถาบันหนึ่ง สถาบันนั้นจะต้องรับผิดชอบ สภามหาวิทยาลัยแห่งนั้น จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบผู้บริหาร อย่างน้อยที่สุดจะต้องมีมาตรการอื่นๆ ออกมา ที่เกี่ยวข้องให้ผู้บริหารมีส่วนในการรับผิดชอบ ตาม พ.ร.บ.สภามหาวิทยาลัย
"เหตุการณ์รุนแรงเกิดซ้ำซาก ตอนนี้ศธ.จึงได้ให้แต่ละสถาบันส่งรายชื่อนักศึกษากลุ่มเสี่ยงไปยังตำรวจนครบาล เพื่อติดตามพฤติกรรม และเฝ้าระวัง ขณะเดียวกันสถาบันจะต้องป้องปรามนักศึกษาของตัวเอง ทั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงช่วยให้เห็นแนวทางแก้ปัญหา ไม่ถึงกับสิ้นหวัง มีแนวโน้มแก้ปัญหาชัดเจน ผลจากการตรวจนักศึกษากลุ่มเสี่ยง มีประมาณ 20 คน ขณะที่นักศึกษามีเป็นพัน เป็นหมื่นคน จะเห็นว่าตัวที่สร้างปัญหามีแค่หลักสิบ หากเราติดตามเฝ้าระวัง เจาะไปที่ตัวก่อปัญหา การลุกลามจะน้อยลง”รมว.ศธ. กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ไป สถาบันทั้ง 2 แห่ง ได้มีมาตรการ คือ ใครที่ไม่มีสถานภาพนักศึกษา และเคยก่อเหตุรุนแรง จะไม่ให้เข้าสถาบัน สถาบันจะไม่เปิดประตูจนดึกดื่น ข้ามคืน ปล่อยให้เด็กเข้าไปกินเหล้า สร้างปัญหา รวมทั้งการติดตั้งวงจรปิด เชื่อว่ามาตรการที่ตกลงร่วมกันทำให้ปัญหาลดลง เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลงนี้ แต่มาเกิดเหตุการณ์รุนแรงก่อน ต่อไปนี้จะดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นบริเวณหน้าโตคิว รมว.ศธ. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องออกมารับผิดชอบ และต่อนี้ไปเมื่อมีเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สภาสถาบันต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นองค์กรสูงสุด ในอดีตที่ผ่านมาสภาสถาบันไม่เคยลงมาดู มีแค่ระดับรองอธิการ ลงมาดูแลเท่านั้น นับจากนี้ไปอธิการบดีและสภาสถาบัน จะต้องลงมาดูแลรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
"ชัยวุฒิ"จี้ปทุมวันฯลงโทษ5นศ.รุมแทงช่างซ่อมมือถือ
ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) กล่าวถึงกรณี 5 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รุมยำ-ใช้มีดแทงช่างซ่อมมือถือหลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่อริ ว่า สถาบันฯปิดการเรียนการสอน 15 วัน ห้ามนักศึกษาเข้าไปใสถาบันในเวลากลางคืนก็จริง แต่นักศึกษาไปรวมตัวกันในเวลากลางวันและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ตัวผู้ก่อเหตุก็เป็นกลุ่มเดิม ๆ เพราะฉะนั้น ตนจึงได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และผู้บริหารของสถาบันฯ หากสอบสวนพบความผิดชัดเจนให้ลงโทษโดยเฉียบขาด ถ้านักศึกษาที่ทำผิดเคยก่อเหตุซ้ำ ก็ให้ออกจากการเรียน หรือลงโทษตามความผิด ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ พักการเรียน
รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้ประสานตลอดกับผู้บริหาร สภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อหาทางแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทของ 2 สถาบัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็มีการตั้งกรรมการสอบสวนอาจารย์ หรือให้นักศึกษาบางรายออกจากสถาบันไป เพียงแต่ไม่เหมาะสมที่จะนำเปิดเผยต่อสาธารณะมากเนื่องจากนักศึกษาที่ถูกลงโทษยังอายุไม่ครบ 18 ปี อย่างไรก็ตาม หัวโจกจริงๆ เป็นบุคคลภายนอก อดีตศิษย์เก่าที่เคยถูกไล่ออก ทำให้จัดการปัญหาได้ยาก จึงอยากเรียกร้องให้ศิษย์เก่า อดีตรุ่นพี่ของทั้ง 2 สถาบัน ที่เข้าใจชีวิตวัยรุ่นซึ่งตัวเองเคยผ่านมาก่อน ให้มาช่วยกันแก้ปัญหา อย่าให้รุ่นพี่ที่ไม่ดี หรือคนกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้ทั้ง 2 สถาบันต้องเสียหาย ขอให้รุ่นพี่ดี ๆ ช่วยกันกลับมาแก้ปัญหาด้วย
นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า มาตรการปิดสถาบันนั้น ยังไม่อยากนำมาใช้กับทั้ง 2 สถาบัน เพราะจะทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่ที่ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี ต้องเดือดร้อนไปด้วย แต่ถ้าถึงจุดที่ไม่ไหวจริง ๆ ก็อาจจำเป็นต้องทำ เพื่อไม่ให้มีใครต้องบาดเจ็บ เดือดร้อน หรือเสียชีวิตอีก อย่างไรก็ตาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเคยมีแผนให้สถาบันฯอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ซึ่งเป็นของจุฬาฯ ซึ่งถ้าถามความเห็นส่วนตัว ตนเห็นว่า โดยธรรมชาติหากคน 2 คนที่ทะเลาะกันต้องมาอยู่ใกล้กัน ก็ย่อมเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อย แต่ถ้าย้ายออกไปซักฝ่าย ปัญหาอาจน้อยลง แต่ตรงนี้ไม่ใช่ว่า ตนต้องการให้ใครย้ายออกไป ตนเพียงให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องเดิมอยู่แล้ว และสิทธิที่จุฬาฯจะดำเนินการ ตนไม่มีอำนาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวใด ๆ ทั้งสิ้น



