ไลฟ์สไตล์

จิตสำนึกในการปลูกกล้วยไม้ (1)

จิตสำนึกในการปลูกกล้วยไม้ (1)

15 ม.ค. 2553

ทุกวันนี้ ฉันสังเกตเห็นว่า ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองรวมทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับกล้วยไม้ของคนทั่วไป หากเป็นไปเช่นในปัจจุบัน วงการกล้วยไม้ก็คงไปไม่รอด

 ฉันต้องขออภัยที่พูดตามตรงว่า “คนไทยส่วนใหญ่ที่ชีวิตเกี่ยวข้องกับกล้วยไม้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับกล้วยไม้ หากเอาแต่คิดค้าขาย โดยไม่คำนึงถึงชาติบ้านเมือง วงการกล้วยไม้ก็คงไปไม่รอดอย่างแน่นอน”

 ทุกวันนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าวมักเอาแต่บ่นว่าตลาดการค้ากล้วยไม้มันแย่เต็มที
 จากการที่ฉันได้รับเชิญให้ไปกล่าวเปิดงานประชุมกล้วยไม้ภูมิภาคยุโรปตะวันตก ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนนี ทำให้มองเห็นปัญหาอย่างชัดเจนว่า “แท้จริงแล้ว ตลาดกล้วยไม้ยังมีอีกอย่างกว้างขวาง  แต่คนไทยเอาแต่นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น” คงมีแต่ฉันคนเดียวที่เดินทางไปในครั้งนี้ นอกจากนั้นมองไม่เห็นหน้าคนไทยแม้แต่คนเดียว ในปัจจุบันเห็นแต่คนไต้หวันและคนขายกล้วยไม้ในเขตร้อนของอเมริกาใต้

 ฉันเคยพูดไว้นานแล้วว่า ในการบริหารการเงินนั้น ขอให้กันเงินรายได้ส่วนหนึ่งเก็บไว้เพื่อใช้จ่ายเดินทางไปร่วมงานกล้วยไม้ในประเทศต่างๆ แต่เราก็มักไม่ฟังเสียงฉัน คงเอาแต่ความเห็นส่วนตัวเป็นใหญ่ แม้การคิดจะจัดงาน เมื่อไม่นานมานี้ฉันยังพบกับนายกสมาคมกล้วยไม้คนหนึ่ง เขาบอกว่าต้องหวังเงินจากราชการ ทำไมถึงได้คิดแคบอย่างนี้

 ไม่สังเกตบ้างเลยหรือว่า เมื่อครั้งที่ฉันนำเอางานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9 มาจัดในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2521 ซึ่งงานครั้งนั้นนับว่าใหญ่มาก เพราะมีชาวต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 56 ประเทศเข้ามาร่วมงาน และมีจำนวนคนจากต่างประเทศถึง 3,000 กว่าคน “ครั้งนั้นฉันไม่ได้ขอเงินรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว ทำไมถึงทำได้” ถ้าเราวิ่งเข้าไปเกาะราชการ วันหนึ่งจะต้องร้องโอดครวญ เพราะไปขอเงินจากเขาก็ต้องมีคนจากรัฐบาลเข้ามาขี่คอ 

 ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน เพราะเรื่องนี้มันเป็นธรรมดาของมนุษย์!

"ระพี สาคริก"