
คันฉ่องและโคมฉาย - คนสำราญงานสำเร็จ (2) งานกับชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน
ทำไม คนสำราญงานสำเร็จ คนไม่สำราญงานสำเร็จไหม คนไม่สำราญ งานก็สำเร็จนะ แต่มันไปกัดกร่อนชีวิตด้านในของเรา เช่น เราใช้คนคนหนึ่งไปทำงาน จิกหัวใช้ เขาทำให้เราแน่ แต่ข้างในเขาอาจจะเดือดปุดๆ ก็ได้ แล้วรอวันชำระแค้น เขาบอก ผมไม่โกรธ ไม่ว่าอะไร แต่ผมจำ แล้วก็ออก
เพราะฉะนั้นในการทำงานต้องให้คนสำราญ งานถึงจะสำเร็จ จึงจะเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน คือได้ทั้งคนได้ทั้งงาน การที่จะทำเช่นนี้ได้ต้องมีส่วนผสมของธรรมะ ถ้าไม่มีส่วนผสมของธรรมะ อาตมภาพเชื่อว่าทุกครั้งที่เราทำงาน ทุกวันที่เราอยู่ในออฟฟิศมันจะกัดกร่อนเราข้างใน คือข้างนอกมันดี อาจจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่พอมันอึดอัดไประดับหนึ่ง เงินก็เอาความทุกข์ไม่อยู่เหมือนกันนะ
ไปดูเถอะ อย่างที่ท่านประธานบอก แม้แต่พระบางรูป บางทีนั่งรถเบนซ์ แต่อีคิวอยู่ระดับอนุบาล ระดับรถตุ๊กตุ๊ก กระทั่งความโกรธก็ห้ามไม่อยู่ ไปพูดกลางงานท่านแจกกล้วยกลางงานเลย อันนี้เพราะอะไร เพราะท่านมีปัญหาข้างใน คนไม่สำราญงานมันจะสำเร็จได้อย่างไร นี่เป็นเคล็ดของการทำงาน
เรื่องแรกที่เราจะพูดกันคือ การทำงานเป็นการใช้ชีวิต บางคนคิดว่าการทำงานก็คือการทำงาน ใช้ชีวิตก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นจันทร์ถึงศุกร์ทำงาน เสาร์-อาทิตย์ใช้ชีวิต ไปไหน ออกพัทยาเลย อยู่ใกล้ๆ ไปเที่ยว ไปตีกอล์ฟ ไปคลับ ไปบาร์ พอถามทำอะไร เสาร์-อาทิตย์ใช้ชีวิต จันทร์ถึงศุกร์ทำอะไร ทำงาน ทุกข์ไหม ไม่ตอบ แต่สองวันคุณ ยิ้มๆ พอมาบวกลบคูณหารไม่เกิดสมดุล เพราะอะไร คุณทุกข์ เพราะทำงานซะส่วนใหญ่ เวลาใช้ชีวิต ใช้นิดๆ หน่อยๆ หรือบางทีใช้ไม่เป็นนะ ชีวิตไม่ทุกข์หรอก แต่พอไปใช้ก็ทุกข์หนักขึ้น เพราะว่าเราทำงานไม่เป็น
การทำงานเป็นก็คือ ให้การทำงานกับการใช้ชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน ทุกวันมีความสุข ทำอย่างไรจึงจะให้ทุกวันมีความสุข ทำออฟฟิศให้เป็นบ้านเลย แต่บางคนพอออกจากบ้านมาดีๆ ลงรถก็ยังยิ้มๆ อยู่นะ แต่พอเข้าออฟฟิศเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง ยิ่งเจอเจ้านายเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งเลย อารมณ์ขึ้นลงแปรปรวนผกผันตามอารมณ์ของเจ้านาย อันนี้มันจะบั่นทอนข้างในเรา
ทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นมะเร็งทางอารมณ์เพราะการทำงาน ก็ต้องมีเคล็ดลับพอสมควร อาตมภาพจะสรุปผ่านเรื่องเล่า เพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจ
การทำงานต้องให้ความสุขซึมออกมาจาการทำงาน ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีความสุข มันอาจจะเป็นทุกข์ก็ได้ นั่งพิสูจน์อักษรไปก็ด่านักเขียนไป ทำไมใช้ภาษาวัด เอาทั้งสิ่วทั้งขวานมาเจาะภาษาบาลี แต่ทำงานไปยิ้มไป ใช้ภาษาเพราะเหลือเกิน มันชุ่มชื่นหัวใจ ต้องทำงานให้ได้อย่างนี้ ให้ความสุขซึมออกมาจากในงาน ถึงเวลากินข้าวก็ไม่กิน อยากทำงานต่อให้เสร็จ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข อาตมภาพเคยนั่งพิมพ์งานตั้งแต่หกโมงเย็น รู้ตัวอีกทีหนึ่งแดดส่องหลังแล้ว เช้าของอีกวันหนึ่ง หยิบบาตรแล้วไปบิณฑบาต กลับมาทำงานต่อ ถามว่าเป็นอย่างไร ทำไมไม่ล้มหมอนนอนเสื่อ เพราะตลอดเวลาที่เราทำงานเราได้พัก คือเราทำงานแล้วมีความสุขกลับมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ถ้าคุณโยมทำงานแล้วสุขอย่างนี้ได้นะ อายุยืน
"ว.วชิรเมธี"



