
สุเทพห่วงอยุธยาถูกถอนเป็นมรดกโลกปัญหาอื้อ
"เทพเทือก" ห่วงอยุธยาถูกถอนเป็นมรดกโลก หลังพบปัญหาอื้อ ใช้ช่องโหว่กฎหมายก่อสร้างตึกบดบังทิวทัศน์ เร่งกรมศิลป์ จัดทำแผนของบปี 54 พื้นฟูพื้นที่เป็นการด่วน
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงาน โครงการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้แทนหน่วยงานองค์กรส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 40 คนเข้าร่วม
นายธีระ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงปัญหาของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 3 ส่วน ดังนี้ 1.การพัฒนาเมืองเน้นความสมัยใหม่ โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าและความดั้งเดิมของอยุธยามรดกโลก 2.การขาดงบประมาณและการบริหารจัดการ และ3.การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและใช้ช่องว่างของกฎหมายปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่
นายธีระ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่ที่ประชุมเป็นห่วงและควรได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งในส่วนหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ปลูกสร้างอาคารที่ส่งผลต่อสภาพภูมิทัศน์ รุกล้ำแหล่งโบราณสถาน การสร้างถนน ซึ่งมีทั้งปรับปรุงถนนเดิมและสร้างใหม่ ทั้งที่บางแห่งไม่ควรให้มีการขยายเพิ่มเติม และมีบางเส้นทางควรยกเลิกและรื้อถอนออกตามแผนแม่บท ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากร หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงบประมาณประจำปี 2554 เสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการฯในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ ได้เป็นห่วงปัญหาอยุธยามากเกรงว่า จะถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลก
“แผนแม่บทโครงการอนุรักษ์แลพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาอยุธยาตั้งแต่ปี 2537-2544 ภายใต้งบประมาณ 2,946.78 ล้านบาท แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 862.73 ล้านบาท ขณะที่คณะกรรมการอำนวยการฯในขณะนั้นก็ไม่มีการติดตามการทำงานของท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย จึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยส่วนใหญ่เกิดจากการพัฒนาพื้นที่ของหน่วยงานราชการ นอกจากนี้ ได้มีการเสนอให้มีการประกาศให้พื้นที่เกาะอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่พิเศษ เหมือนเกาะรัตนโกสินทร์ โดยมีคณะกรรมการเป็นผู้ดูแล ซึ่งในเรื่องนี้ ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีการศึกษาให้รอบคอบอีกครั้ง”รมว.วัฒนธรรม กล่าว



