
จงอย่า...!
เมืองไทยของเรามีลักษณะการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตราอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็น ระบอบประชาธิปไตย
สถาบันพระมหากษัตริย์เกิดจากการเป็นผู้นำในการสร้างดินแดนผู้นำในการสร้างดินแดนให้พ้นจากการกดขี่และพัฒนาประชาชนให้มีความสุข อีกทั้งเป็นผู้นำในการรบป้องกันอาณาเขต จึงถูกเรียกว่าองค์พระประมุขบ้าง,พระราชาบ้าง, พระมหากษัตริย์บ้าง, เจ้าเหนือหัวบ้าง, พระเจ้าชีวิตบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นความเกิดขึ้นของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสยามประเทศ หรือประเทศไทยของเรา และด้วยเหตุนี้นั่นเอง คนไทยจึงถวายความจงรักภักดี พลีชีพได้เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ปัจจุบันนี้ทางการเมืองภายในประเทศอันเชื่อมต่อกับต่างประเทศและมีสื่อสารมวลชนเป็นตัวแพร่ข่าว ได้สร้างความวิกฤตให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ด้วยเพราะมีคนโง่เขลาเฉาโฉดทั้งระดับมีเงินล้นฟ้าและเป็นยาจกเข็ญใจได้สร้างความระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท โดยปราศจากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่คุ้มเกล้าคุ้มหัวและบันดาลให้ตัวมียศศักดิ์
การกระทำของคนพวกนี้นำมาซึ่งความแตกแยกของคนภายในชาติแต่ตัวของพวกมันก็ถูกประชาชนเกลียดชัง สาปแช่ง แม้แต่พระสงฆ์ทรงศีล สมาธิ ปัญญา มีฌาน สมาบัติ ก็อุทานด้วยธรรมสังเวชว่า ช่างหาเวรกรรมใส่ตัวแท้ๆนรกกินกบาล
จึงใคร่ขอกล่าวเตือนด้วยความรักความปรารถนาดีต่อทุกคนว่า
๑. จงอย่าโง่เขลาที่จะไม่จงรักภักดี
๒. จงอย่าแสดงความจงรักภักดีแบบโง่เขลา
๓. จงอย่าโฉดชั่วที่จะอ้างความจงรักภักดี
เพื่อประโยชน์ตนและเพื่อหลอกคนจน คนโง่เง่า
๔. จงอย่าโฉดชั่วที่จะอ้างความจงรักภักดีเพื่อบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามกับตน
ความขัดแย้งเรื่องความคิดเป็นธรรมดาของงมนุษย์แต่พึ่งจงระลึกอยู่เสมอว่า ความแตกแยกเล็กๆ นี่แหล่ะ ถ้าไม่อยู่ในขอบเขต มุ่งแต่เอาชนะเพียงฝ่ายเดียว ในที่สุดก็จะเป็นฉนวนสงคราม จงคิดเสมอว่า ชาติไทยตั้งอยู่ได้และรักษาคามเป็นเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้เพราะความสามัคคี
0 พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) 0



